พรรคประชาชน เผยต้นเดือน ก.ย.นี้ ฝ่ายค้านจ่อนัดหารือแผนยื่นซักฟอก รอคุยประชาธิปัตย์-พรรคอื่น แบไต๋ใช้ปม “โกงสอบท้องถิ่น-ฮั้ว สว.” ขยายแผล ฉายภาพระบบอุปถัมภ์ค้ำจุน “ระบอบสีน้ำเงิน”
วันที่ 1 กันยายน 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบคดีโกงสอบท้องถิ่น และความคืบหน้าในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ในวันพรุ่งนี้ (2 กันยายน) จะมีการรับหนังสือร้องเรียนเรื่องดังกล่าว โดย กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ จะพิจารณาเรื่องร้องเรียนการสอบนายอำเภอปี 2566 หลังมีการประชุมวาระนี้ มีคนแจ้งข้อมูลมาว่า ปี 2568 ก็มีการทุจริตเช่นกัน เขามีหลักฐานและส่วนหนึ่งเคยยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว และ ป.ป.ช. เคยทำเอกสารเพื่อขอข้อมูลบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวพันกับการทุจริตในปี 2568 ไปยังกรมการปกครองแล้วเช่นกัน
น.ส.ภคมน กล่าวต่อไปว่า เราอยากติดตามความคืบหน้าว่า ที่มีการยื่น ป.ป.ช. แล้ว การสอบปี 2568 คืบหน้าอย่างไรแล้วบ้าง เอกสารเคยโพสต์ไปแล้วเป็นเอกสารราชการที่มีการถมดำเอาไว้ แต่เอกสารตัวจริงเห็นแล้ว มีรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตเป็นรายชื่อเครือข่ายเดียวกันกับการทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้ และมีบางส่วนโยงไปถึงการฮั้ว สว. ด้วย
เรื่องราวทั้ง 3 เรื่องคือ การโกงสอบท้องถิ่น การทุจริตสอบนายอำเภอ และเรื่องฮั้ว สว. ทำให้เห็นว่าตัวละครเป็นโครงข่ายเชื่อมกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราคิดว่าในการที่ ป.ป.ช. ออกมาแถลงข่าวล่าสุด บวกกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) บอกว่าปิดจ็อบแล้ว คิดว่าวันนี้มันสร้างความกังขาให้กับประชาชนพอสมควร เพราะข้อมูลหลั่งไหลหาฝ่ายค้าน ยังมีข้อมูลไปต่อได้อีกเยอะมาก ข้อมูลเชื่อมไปถึงนักการเมือง และยังมีตัวใหญ่ ตัวสำคัญ อยู่บนเอกสารราชการของทาง ป.ป.ช. แต่วันนี้ทาง สถ. บอกว่าปิดจ๊อบ ป.ป.ช. บอกว่าเรื่องนี้ดันเพดานสุดแค่อธิบดี สถ. 2 คน คิดว่าเชื่อแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อแบบนั้น ถ้า สถ.จะจบแค่นั้น ป.ป.ช. ให้ความคืบหน้ากับสังคมได้แค่นั้น จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะนำเสนอต่อสังคมว่าเรื่องนี้ ไม่ได้จบแบบที่คุณอยากให้จบแบบนั้นแน่ๆ
ผู้สื่อข่าวถามต่อ มีรายงานว่ารัฐมนตรีนัด 6 กันยายนนี้ ไปบ้านพักส่วนตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมรับมือการซักฟอกของฝ่ายค้าน จะส่งสัญญาณอะไรถึงรัฐบาลหรือไม่ น.ส.ภคมน ระบุว่า เรื่องเขาเตรียมรับมือ และเราเตรียมยื่นเป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย อยู่ที่ว่าจะรับมืออย่างไร แต่สุดท้ายอย่างที่ทราบกันดี พูดกันไม่โลกสวยว่า การซักฟอกไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ ในอดีตไปดูก็ไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลได้ เพราะเขาแพ็กกัน ยิ่งรอบนี้มีเสียงมากพอ แต่หน้าที่เราคือทำให้สังคมเดินไปกับเรา เชื่อว่าเราปล่อยให้รัฐบาลมีข้อกังขาเยอะไปหมด ต่อการทุจริตคอร์รัปชัน การเอื้อประโยชน์ และการสร้างระบบอุปถัมภ์เพื่อค้ำจุนอำนาจในอนาคตของคุณ เรื่องนี้ประชาชนควรตระหนักเป็นอย่างดี
น.ส.ภคมน กล่าวต่อไปว่า การทุจริตเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่ถ้าเบื้องหลังคือการวางรากฐานค้ำจุนระบอบสีน้ำเงิน การอภิปรายรอบนี้ต้องทำให้เห็นภาพใหญ่ ไม่ใช่แค่การทุจริตสอบท้องถิ่น หรือ AI-Passport แต่ฉายภาพให้เห็นระบบอุปถัมภ์การเอื้อกัน การวางรากฐาน เรื่องราวทั้งหมดนี้ ใจความสำคัญ นอกจากการทุจริตที่เห็นรายวัน และประชาชนเชื่อทั้งหมดแล้ว มันคือการวางรากฐานอำนาจ ค้ำจุนระบอบสีน้ำเงินในอนาคต
“วันนี้สอบท้องถิ่น คุณรับข้าราชการก็จริง แต่มายด์เซตให้ทุกตำแหน่งแบบนี้ คุณไปรับใช้นาย คิดว่าวันนี้วิธีคิดของระบบสีน้ำเงิน มันคือกำลังสร้างอาณาจักร สร้างฐานค้ำจุนตัวเอง สิ่งนี้น่ากลัวกว่าการทุจริตเป็นไหนๆ นี่คือหน้าที่ฝ่ายค้านต้องฉายภาพให้เห็น คิดว่าการซักฟอกครั้งนี้คือการเฉลยภาพใหญ่ที่ให้เห็นเป้าหมายสำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด คือการค้ำจุนระบอบสีน้ำเงิน”
เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายค้านจะส่งสัญญาณอะไร หรือว่าจะมีการนัดหมายกันบ้างหรือไม่ เพื่อหารือในประเด็นยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ภคมน ตอบว่า เหมือนที่ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) บอก ตั้งแต่สมัยปิดสมัยประชุมว่าพรรคประชาชนได้พูดคุยกับ สส. แล้วว่าใครมีเรื่องอะไร ใครตามประเด็นอะไร ให้เก็บข้อมูลไว้ รวบรวมนำเสนออีกทีหนึ่งว่า เรื่องนี้น้ำหนักมากพอหรือไม่ การวางระบบค้ำจุนระบบสีน้ำเงินไปได้แค่ไหน
น.ส.ภคมน กล่าวต่อไปว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่เรื่อง สส.แต่ละคน แต่คือการทำงานกลุ่ม ฉายภาพให้เห็น และผลลัพธ์ที่อยากเห็นคือประชาชนต้องเชื่อ สิ่งที่การเมืองไทยเกิดขึ้นคือแข่งความศรัทธาของประชาชน ว่าประชาชนจะเชื่อข้อมูลแบบไหนมากกว่ากัน
“ส่วนรัฐมนตรีไปบ้านนายอนุทิน ไปประเมินผลงานหรืออะไรกันก็เป็นเรื่องของคุณ แต่ก็เห็นวิธีการแล้ว พวกเขาไปกันที่บ้าน คิดว่าชัดเจน ระบบอุปถัมภ์ที่คุณพยายามจะหนี เป็นวิถีวัฒนธรรมที่พวกคุณไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ทำไมไปประเมินที่บ้านพักส่วนตัวนายกฯ สิ่งที่รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงต้องคำนึงมากกว่าเก้าอี้หรืออำนาจตัวเอง ต้องหันมาถามว่าประชาชนเชื่อหรือไม่ว่า การมีคุณนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ไทยไปข้างหน้าได้มากกว่านี้จริงๆ คุณหวงเก้าอี้เพื่ออำนาจตัวเองทั้งนั้นแหละ ไม่คิดด้วยซ้ำว่า ประชาชนมองมาเขาเชื่อในศักยภาพพวกคุณมากแค่ไหน เขาศรัทธาว่าพวกคุณบริหารประเทศไปได้มากน้อยแค่ไหน”
อย่างไรก็ตาม ทางด้านคำถามย้ำถึงการหารือพูดคุยของฝ่ายค้านในเรื่องยื่นซักฟอก น.ส.ภคมน ระบุว่า เข้าใจว่าต้นเดือนกันยายนนี้ ฝ่ายค้านจะคุยกัน พรรคประชาชนเราคุยกันแล้ว แต่ฝ่ายค้านต้องคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ไม่รู้ว่าเขาจะยื่นหรือไม่ หรือพูดอภิปรายหรือไม่ ยังไม่สะเด็ดน้ำ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้าน เราคงไม่คุยการกำหนดวันชัดเจน เพราะยังไม่รู้ว่าพรรคอื่นขยายความสื่อสารอะไร ทำให้สิ่งที่เราพยายามจะเคี่ยวกันไปให้ถึงห้วงเวลาเหมาะสม หลุดไปก่อนหรือไม่ อย่างไร.