“เดชรัต” ลุยหาเสียงนนทบุรี เขต 3 พบประชาชน-ชาวสวน ชูนโยบายยกระดับเกษตรกร สร้างเมืองน่าอยู่ที่เติบโตไปด้วยกัน
วันที่ 1 กันยายน 2569 นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี พรรคประชาชน เบอร์ 4 ลงพื้นที่หาเสียงและพบปะประชาชนในเขต 3 จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่และนำเสนอนโยบายสำหรับการพัฒนา อบจ.นนทบุรี
ในช่วงเช้า นายเดชรัตและคณะได้ทักทายประชาชนบริเวณวงเวียนพระราม 7 เพื่อประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งให้แก่ผู้ที่กำลังเดินทางไปทำงาน ก่อนจะเดินเท้าต่อไปยังตลาดศรีบางกรวยเพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงแจกแผ่นพับแนะนำตัวและนโยบาย จากนั้นจึงเดินทางไปยังสวนคุณแผ่นดิน เพื่อพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ต่อมา นายเดชรัตและคณะได้เดินทางไปยังสวนพุทธรักษามหาสวัสดิ์ เพื่อพบปะและพูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกและชาวสวนในพื้นที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ตลอดจนรับฟังปัญหาน้ำเค็มที่ส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูก
นายเดชรัตระบุว่า การรักษาพื้นที่เกษตรกรรมและการสร้างโอกาสให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ ถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของนโยบาย “เกษตรนนท์ชูใจ” ซึ่งมุ่งหวังให้ อบจ. เข้ามามีบทบาทสนับสนุนเกษตรกรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การช่วยลดต้นทุนผ่านปุ๋ยและเครื่องจักร การสร้างตลาดรองรับผลผลิตโดยเชื่อมโยงเข้ากับมื้ออาหารในโรงเรียน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และนำเทคโนโลยีมาใช้ดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้พื้นที่เกษตรของนนทบุรีสามารถอยู่รอด และสร้างรายได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเมือง
นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเสนอนโยบาย “นนท์จิ๋วแต่แจ๋ว” เพื่อให้ อบจ. เข้ามาสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่และผู้ประกอบการรายย่อย โดยการเพิ่มพื้นที่จำหน่ายสินค้าทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการยกระดับมาตรฐานต่างๆ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนตัวเล็กและชุมชนท้องถิ่น
นายเดชรัตกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยได้เตรียมเสนอนโยบาย “นนท์คล่องคลอง” ที่มุ่งฟื้นฟูและเชื่อมต่อระบบคูคลอง พร้อมจัดทำแผนที่คลองทั่วจังหวัดเพื่อวางแผนบริหารจัดการในระยะยาว รวมถึงนโยบาย “นนท์ไม่นอง” ที่จะพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ ผ่านการกำหนดแนวทางร่วมกับชุมชน การจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ และการพัฒนาพื้นที่หน่วงน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับปัญหาน้ำของจังหวัด
“เมืองที่ดีไม่ควรวัดจากเพียงจำนวนอาคารและการขยายตัวของเมืองเท่านั้น แต่ต้องวัดจากความสามารถในการสร้างคุณภาพชีวิตให้ผู้คนสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ เราจึงตั้งใจนำประสบการณ์และนวัตกรรมจากเมืองต่างๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อแบ่งเบาภาระและสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับประชาชน” เดชรัตกล่าวย้ำ
สำหรับในช่วงเย็น เดชรัตและคณะมีกำหนดการเดินทางไปยังวัดสวนใหญ่ เพื่อพูดคุยกับกลุ่มจิตอาสาและผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์นกแก้วโม่ง จากนั้นจะลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณปากทางถนนเทิดพระเกียรติ ปิดท้ายด้วยการร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานรณรงค์หาเสียงและทักทายประชาชนในพื้นที่ ร่วมกับ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน