“วรศิษฎ์” สั่ง ผวจ.ทุกจังหวัด เข้มจ้างเหมา สกัดผู้หลุดจากบัญชีทุจริตสอบ ยอมรับ ห้ามไม่ให้จ้างเหมาไม่ได้ เหตุ อปท.มีความเป็นอิสระของหน่วยงาน ชี้ แบล็คลิสต์ได้ เป็นขั้นตอนหลังดำเนินคดีอาญา


วันที่ 1 ก.ย.2569 ที่จ.สงขลา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ออกเอกสารชี้แจงกรณีการห้ามจ้างเหมาคนมีประวัติการทุจริต และหลุดจากบัญชีสอบท้องถิ่น ว่า การเพิกถอนรายชื่อคนที่ทุจริต ขณะนี้สามารถเพิกถอนได้ครบแล้ว จำนวน 3,868 คน ซึ่งก็ทราบว่าอาจจะมีคนบางกลุ่มไปใช้วิธีการจ้างเหมาแทน โดยก่อนหน้านี้ ตนเคยกำชับในประเด็นนี้ไปแล้ว พร้อมทั้งทำหนังสือซักซ้อมไปถึง อปท.ทั่วประเทศ ว่าคนกลุ่มนี้จะต้องดูเป็นพิเศษ


นายวรศิษฎ์ ระบุต่อว่า ในเบื้องต้น ตนจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ไปดูว่ามีการจ้างเหมาคนกลุ่มนี้อย่างไรบ้าง พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบ รวมถึงต้องขอความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ามาช่วยตรวจสอบด้วยเช่นกัน


ส่วนที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณที่นำมาจ้างคนกลุ่มนี้นำมาจากไหนนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เป็นงบของท้องถิ่นเอง เนื่องจากท้องถิ่นมีความอิสระในการตัดสินใจ และการบริหาร ฉะนั้น หากจะห้ามไปเลยเราคงไม่มีสิทธิ์เช่นกัน สิ่งที่เราทำได้คือการเข้าไปดูในรายละเอียด และเตือน เพราะหากทราบอยู่แล้วว่าคนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการทุจริต และไปจ้างเหมาอีก เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และผิดจริยธรรมผู้บริหาร


เมื่อถามถึงรายชื่อผู้ที่ถูกเพิกถอน จะต้องถูกขึ้นแบล็คลิสต์ให้ไม่สามารถทำงานราชการได้เลยอีกหรือไม่ นายวรศิษฎ์ ระบุว่า เป็นขั้นตอนต่อไปหลังจากที่ดำเนินคดีอาญาเสร็จสิ้นเรียบร้อย


ส่วนช่วงรอยต่อก่อนที่จะมีการเรียกบรรจุใหม่ อปท.ที่มีการเพิกถอนรายชื่อข้าราชการออก กระทบงานมากน้อยอย่างไร นายวรศิษฎ์ ยอมรับว่า กระทบอยู่แล้ว เพราะคนที่ถูกเพิกถอนออกมาเป็นจำนวนที่เยอะ แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะที่มาของคนเหล่านี้ไม่ถูกตั้งแต่แรก จะต้องดึงออกมาและค่อยบรรจุคนใหม่เข้าไป ส่วนจะเป็นตำแหน่งใดมากที่สุดนั้น ก็มีการกระจายไปอยู่ทุกตำแหน่ง


เมื่อถามว่า ได้มีการหาทางช่วยเหลือผู้ที่สามารถสอบได้จริงในระดับต้นๆ ของบัญชีรายชื่อ ในการเลือกพื้นที่บรรจุหรือไม่ นายวรศิษฎ์ ระบุว่า เรื่องนี้ทาง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งเรื่องมาในกรณีคนที่สอบได้ด้วยตนเอง และบรรจุไปแล้ว ซึ่งการประกาศผลครั้งใหม่ได้ลำดับที่ดีขึ้น จึงเรียกร้องว่าอยากจะเลือกที่บรรจุใหม่ เนื่องจากรู้สึกว่าเสียสิทธิ์ โดยขณะนี้ให้ทางกรมดูเรื่องความเป็นไปได้ และวิธีการอำนวยความสะดวกให้คนกลุ่มนี้ได้อย่างไร และที่สำคัญคือจะต้องไม่กระทบกับสิทธิ์ของผู้อื่นจนเกินไปด้วย เพื่อให้ทุกอย่างสามารถดำเนินการไปพร้อมกันได้