“ไอซ์ รักชนก” ยื่น ป.ป.ช. ฟัน “ไชยชนก” ทุจริตโครงการ TH-AI Passport จับพิรุธปั้นโครงการงาบส่วนต่าง 1.5 พันล้าน ตั้งเป้าจับคนโกงติดคุกให้ได้
วันที่ 1 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมนายธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ยื่นสำนวนการสอบสวนของกมธ.ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการ TH-AI Passport โดยน.ส.รักชนกกล่าวว่า บุคคลที่ถูกกล่าวหาประกอบด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.), ประธานคณะร่าง TOR และบุคคลที่เกี่ยวข้องจากบริษัท Human Intelligent โดยนายไชยชนกถูกกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเมื่อปรากฏข้อพิรุธโครงการ กลับไม่หยุดยั้ง หาทางยกเลิกโครงการ ขณะที่ข้าราชการรายอื่นเป็นผู้รับนโยบายมาผลักดัน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกร่าง TOR หนึ่งในข้อพิรุธสำคัญคือ การกำหนดสเปก TOR ด้านประชาสัมพันธ์ว่า ต้องประชาสัมพันธ์บนจอบิลบอร์ดไม่น้อยกว่า 400 จุดทั่วประเทศ จอในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 6,000 จอ ในสาขาไม่น้อยกว่า 1,500 แห่ง และจอในห้างสรรพสินค้าไม่น้อยกว่า 200 จุด มีผู้ประกอบการไม่กี่รายที่ตอบโจทย์เงื่อนไขดังกล่าวได้
น.ส.รักชนก กล่าวว่า นอกจากนี้ความเชื่อมโยงระหว่างบริษัท Human Intelligent กับบริษัทที่ครอบครองสื่อจอประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ พบว่ามีผู้รับผลประโยชน์สุดท้าย (UBO) กลุ่มเดียวกัน มีที่ตั้งจดทะเบียนอยู่สถานที่เดียวกัน พรรคประชาชนทักท้วงประเด็นนี้ต่อเนื่อง แต่กระทรวงดิจิทัลฯไม่ดำเนินการใดๆตามข้อทักท้วง และยังเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินโครงการ จากการเหมาจ่าย ที่แม้มีผู้ลงทะเบียนใช้งานเพียงคนเดียว เอกชนคู่สัญญาจะได้รับเงินเต็มจำนวน 1,600 ล้านบาท ก่อนจะปรับรูปแบบเป็นการจ่ายตามการใช้งานจริงภายหลัง ยืนยันให้ยกเลิกโครงการ กลับไปเริ่มต้นใหม่ ไปเขียน TOR ให้ทุกคนเข้าแข่งขันได้ ข้อมูลล่าสุดที่ได้รับเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 มีผู้ลงทะเบียนใช้งาน 1.3 ล้านคน มีผู้ใช้งานจริง 1 แสนคน เมื่อคิดค่าใช้จ่ายต่อหัวตามที่กระทรวงระบุไว้ หากยังใช้สัญญาแบบเหมาจ่ายเหมือนเดิม รัฐต้องจ่ายเงินสูงถึง 1,600 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่าการใช้งานจริงเพียงไม่กี่ล้านบาท ขอตั้งข้อสังเกตโครงการดังกล่าวหากินกับเงินนอกงบประมาณ ปั้นโครงการขึ้นมาเพื่อผันเงินไปยังบริษัทที่สนับสนุนระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ หากพรรคประชาชนไม่นำเรื่องนี้มาตีแผ่ เอกชนอาจได้รับส่วนต่างประมาณ 1,500 ล้านบาทจากสัญญาเดิมไปแล้ว
เมื่อถามว่าการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ครั้งนี้จะหยุดโครงการได้หรือไม่ น.ส.รักชนกตอบว่า ถึงวันนี้คงไม่สามารถหยุดโครงการได้ แต่จะต้องมีผู้รับผิดชอบ ถูกลงโทษ ปลายทางสุดท้าย ถ้าคดีสิ้นสุด อยากเห็นคนติดคุก เมื่อกล้าผลักดันออกมา ท้าทายสายตาประชาชน กฎหมายมากๆ ถึงปลายทางสุดท้าย ถ้าฟ้าสีทองผ่องอำไพขึ้นมาสักวัน อยากเห็นคนทำผิดติดคุกขอตั้งคำถามต่อป.ป.ช. ว่า เข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ช้าไปหรือไม่ น่าสงสัยว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ ทำให้ ป.ป.ช. ไม่ทำงานเต็มที่ ที่ผ่านมาปลัดกระทรวงดิจิทัลฯโกหกหลายครั้ง บอกจะให้ความร่วมมือกมธ.ติดตามงบประมาณฯ แต่เอกสารหลายสิบฉบับที่กมธ.ร้องขอ ได้รับเพียง 9 ฉบับ ครึ่งหนึ่งเป็นเอกสารสาธารณะที่กมธ.ไม่ได้ร้องขอ แต่เอกสารสำคัญ เช่น ข้อเสนอเชิงเทคนิคบริษัทที่เข้าร่วมประมูล เอกสารแนบท้ายสัญญาฉบับล่าสุด กมธ. ยังไม่ได้รับครบถ้วน จึงต้องใช้อำนาจตามกฎหมายเรียกเอกสารดังกล่าวให้จัดส่งภายในวันที่ 8 ก.ย.