กกต. แจงชัด มาตรา 96(4) ไม่ใช่เกณฑ์เลือก สว. ปี 2567 ยันใช้คนละระบบ ย้ำ สว. 250 คน ใช้บทเฉพาะกาล ส่วน สว. 200 คน ใช้ระบบเลือกกันเองตามมาตรา 42 ป้องกันความสับสน
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ มาตรา 96 (4) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยระบุว่า หากผู้สมัครไม่ได้รับคะแนนเลือก มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 อาจต้องมีการเลือกใหม่นั้น
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอชี้แจงว่า มาตรา 96 เป็นบทบัญญัติในบทเฉพาะกาล สำหรับการได้มาซึ่ง สว. ในวาระเริ่มแรก มิใช่หลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับการเลือก สว. ปี 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. การได้มาซึ่ง สว. วาระเริ่มแรก จำนวน 250 คน เป็นกระบวนการตามที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และที่มาของบทบัญญัติตามมาตรา 96 (1) - (4)
2. การเลือก สว. ปี 2567 จำนวน 200 คน เป็นการเลือกตามระบบที่กฎหมายกำหนด โดยใช้วิธี “ผู้สมัครเลือกกันเอง” แบ่งเป็น 20 กลุ่ม และเลือก 3 ระดับ ได้แก่ ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ โดยการเลือกระดับประเทศดำเนินการตาม มาตรา 42 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
ดังนั้น การนำหลักเกณฑ์ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 96 (4) มาอ้างว่าหากผู้สมัครไม่ได้รับคะแนนเลือก มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 จะต้องจัดการเลือกใหม่ในการเลือก สว. ปี 2567 จึงไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากมาตรา 96 เป็นบทบัญญัติในบทเฉพาะกาลที่ใช้กับการได้มาซึ่ง สว. ในวาระเริ่มแรก จำนวน 250 คน ซึ่งเป็นคนละช่วงเวลา และคนละระบบกับการเลือก สว. ปี 2567 จำนวน 200 คน
ทั้งนี้ การที่มาตรา 96 (4) ไม่ใช้บังคับกับการเลือก สว. ปี 2567 มิได้หมายความว่า กระบวนการเลือก สว. ปราศจากการตรวจสอบ โดยในการเลือก สว. ระดับประเทศเมื่อปี 2567 สำนักงาน กกต. ได้จัดให้มีจุดรับเรื่องร้องเรียน เจ้าหน้าที่สืบสวนเพื่อรับเรื่องและตรวจสอบข้อเท็จจริง ตลอดจนผู้สังเกตการณ์การเลือก สว. เพื่อรับข้อมูล ข้อร้องเรียน และพยานหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตหรือการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้การเลือก สว. เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
สรุปง่าย ๆ สว. 250 คน → วาระเริ่มแรก → ใช้บทเฉพาะกาล → มีมาตรา 96 สว. 200 คน ปี 2567 → ระบบผู้สมัครเลือกกันเอง → 20 กลุ่ม → ใช้มาตรา 42 เป็นหลัก “คนละช่วง คนละระบบ คนละหลักเกณฑ์”