“สุริยะ” ย้ำฟื้นฟูคลองระบายน้ำ ร.1 ที่เสียหายจากน้ำท่วมหาดใหญ่ เสร็จทันฤดูน้ำหลากภาคใต้ เร่งขุดลอกคลอง-เพิ่มขีดความสามารถระบบ ตอบมุกนายกฯ “แก้ไม่ได้ให้โดดน้ำ” ว่ายน้ำไม่เป็นจึงต้องแก้ให้ได้
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ประตูระบายน้ำหน้าควน (คลองภูมินาถดำริ) ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ติดตามการฟื้นฟูระบบป้องกันและบรรเทาอุทกภัย
นายสุริยะ เผยว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำและผลกระทบต่อประชาชน หลังอุทกภัยครั้งใหญ่ปลายปี 2568 สร้างความเสียหายต่อระบบชลประทานและพื้นที่เศรษฐกิจของหาดใหญ่ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามและเร่งรัดให้งานฟื้นฟูเป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมย้ำว่า หากเกิดสถานการณ์ขึ้น ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะต้องได้รับการดูแลและฟื้นฟูอย่างเต็มที่
จากนั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า ระหว่างติดตามงาน นายกรัฐมนตรีพูดติดตลกถึงจุดหนึ่งว่า หากแก้ปัญหาไม่ได้ “ก็ให้โดดน้ำ” ซึ่งตนว่ายน้ำไม่เป็น จึงต้องแก้ปัญหาให้ได้ จะได้ไม่ต้องโดดลงไป ทั้งนี้ หลังอุทกภัยครั้งใหญ่ รัฐบาลอนุมัติงบกลางกว่า 800 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมระบบชลประทานและสิ่งก่อสร้างที่ได้รับความเสียหาย โดยได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการ เพื่อให้ระบบกลับมาพร้อมรับฤดูน้ำหลากของภาคใต้
สำหรับคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการระบายน้ำของพื้นที่หาดใหญ่ กรมชลประทานเร่งซ่อมแซมรอยรั่วระยะทางประมาณ 600 เมตร ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 กันยายนนี้ เพื่อให้พร้อมรองรับการระบายน้ำได้ตามศักยภาพ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะเดียวกัน เร่งขุดลอกตะกอนดินที่ทับถมกว่า 650,000 ลูกบาศก์เมตรในคลอง 7 สาย ให้แล้วเสร็จก่อนเดือนตุลาคม เพื่อเปิดทางน้ำและฟื้นศักยภาพระบบก่อนเข้าสู่ช่วงน้ำหลากของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาในเดือนพฤศจิกายน
นายสุริยะ กล่าวต่อไปว่า งานดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน เพื่อให้ระบบเดิมกลับมาทำงานได้เต็มศักยภาพ ส่วนระยะต่อไปจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อรองรับความเสี่ยงจากฝนตกหนักต่อเนื่องและปริมาณน้ำที่อาจสูงเกินศักยภาพเดิม โดยมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพคลองระบายน้ำ ร.3-ร.6 ให้รองรับเหตุการณ์ที่มีคาบการเกิดซ้ำจากเดิม 5 ปี เป็น 25 ปี พร้อมเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำและทางระบายน้ำในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา
ขณะเดียวกัน กรมชลประทาน ยังเตรียมเสนอสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม 8 แห่ง เพิ่มความสามารถในการเก็บกักน้ำกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือมากกว่าร้อยละ 16 โดยโครงการอ่างเก็บน้ำคลองแก้วและคลองหวะอยู่ในร่างแผนงบประมาณปี 2570 รวมถึงพัฒนาระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนภัย โดยใช้จุดเฝ้าระวังที่อำเภอสะเดาประเมินสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ตอนบน เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนพื้นที่หาดใหญ่ได้ล่วงหน้าถึง 15 ชั่วโมง สำหรับปีนี้ จากภาวะเอลนีโญคาดว่าสถานการณ์ฝนอาจไม่รุนแรงสุดขั้วเช่นปี 2568 แต่ได้กำชับกรมชลประทานไม่ให้ประมาท และเร่งดำเนินแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ในตอนท้าย นายสุริยะ ยังกล่าวอีกว่า หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ เมื่อเกิดอุทกภัยจึงส่งผลกระทบทั้งการท่องเที่ยว การค้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จึงเป็นการติดตามและเร่งรัดทั้งงานฟื้นฟูระยะเร่งด่วนและแผนเพิ่มขีดความสามารถของระบบในระยะต่อไปให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบหากเกิดสถานการณ์น้ำหลากขึ้นอีก.