“นายกแป้น” ยันหาดใหญ่พร้อมรับมือน้ำปี 69 เร่งขุดลอกคูคลอง เตรียมเครื่องสูบน้ำ พื้นที่แก้มลิง เผยส่วนราชการ-มหาวิทยาลัยเตรียมพร้อมการแจ้งเตือน หวังรัฐบาลให้งบเพิ่ม 


วันที่ 31 ส.ค.2569 นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยปีนี้ ว่า ครั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นเจ้าของเรื่อง โดยมีการเตรียมความพร้อมศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมแจ้งเตือน โดยมีส่วนราชการ ท้องถิ่น เทศบาล อาจารย์มหาวิทยาลัยมาร่วม


โดยพื้นที่หาดใหญ่ 21 ตารางกิโลเมตร มีการเตรียมความพร้อมตามริมคลองด้วยการขุดลอกคูคลอง นำท่อนไม้ออก และเตรียมเครื่องสูบน้ำหลายตัว เบื้องต้นมี 18 เครื่อง แต่อยากให้มีมากกว่า 20 ตัว เพื่อรับมือแก้ไขปัญหาหากน้ำเข้ามาตัวเมืองหาดใหญ่


ส่วนหาดใหญ่จะของบประมาณเพิ่มเติมหรือไม่ นายณรงค์พร กล่าวว่า อยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพราะหาดใหญ่ส่งโครงการไปหมดแล้วประมาณพันกว่าล้าน แต่ไม่รู้จะได้รับการพิจารณาเท่าไหร่ แต่เบื้องต้นนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้จัดสรรงบประมาณการลอกคู่คลอง มาให้ 20 กว่าล้านบาท ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการ


เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่อาจถูกตัดงบประมาณ นายณรงค์พร กล่าวว่า แล้วแต่ข้างบนจะเมตตา เพราะเราต้องเตรียมแผนรองรับน้ำเพราะไม่รู้ว่าจะมามากน้อยแค่ไหน และต้องหาคลองแก้มลิงเพื่อระบายน้ำเพิ่ม รวมถึงเตรียมเครื่องสูบน้ำ


เมื่อถามว่า กังวลว่าปีนี้จะซ้ำรอยปี 2568 หรือไม่ นายณรงค์พร กล่าวว่า เหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปี 2568 เป็นเหตุการณ์ที่เกิด 300 ปีครั้ง โดยปีนี้เราคาดว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำว่าจะเป็นอย่างไร แต่ไม่สามารถทราบได้ว่าภาวะธรรมชาติไม่มีใครรู้ว่าเป็นอย่างไร


ส่วนการประเมินร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ระบุว่า เป็นเรื่องของทางจังหวัดและอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์จำนวนมาก ซึ่งเทศบาลไม่มีเครื่องมือตรงนี้ในการติดตามเรื่องความชื้นและระบบการเคลื่อนของน้ำ แต่ยืนยันว่าหาดใหญ่มีความพร้อมรับคำสั่งจากทางจังหวัด


ส่วนกรณีที่ในอดีตเคยถูกดราม่า เรื่องการบริหารจัดการน้ำ จะทำให้เสียกำลังใจหรือไม่ นายณรงค์พร กล่าวว่า ตอนนั้นเราเพิ่งเข้ามาใหม่ทำงานได้ 6 เดือน ไม่คิดว่าน้ำจะเยอะขนาดนั้น และก็มั่นใจในเครื่องสูบน้ำที่มี แต่เมื่อปริมาณน้ำมาก ฉะนั้นปีนี้ก็ต้องเพิ่มเครื่องสูบน้ำบริเวณตามคูคลองให้มากขึ้น และขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ก็เริ่มกลับมามีความมั่นใจในการทำงาน