“นิรัตน์” ประกาศ 31 ส.ค.ปิดจ็อบเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นโกงสอบ 3,868 ราย อีก 1 พันกว่ารายระงับบรรจุ ไร้คนฟ้อง จ่อเรียกบรรจุใหม่ ต.ค.นี้


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 ส.ค. 2569 ที่ จ.สงขลา นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พร้อมด้วยนายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เปิดเผยถึงกรณีการเพิกถอนข้าราชการทุจริตสอบท้องถิ่นทั่วประเทศ จำนวน 5,925 ราย ที่กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.2569 ว่า หลังจากที่ ก.กลาง ประชุมและคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้ส่งหนังสือไปยัง ก.จังหวัด ทุกจังหวัด แจ้งรายชื่อผู้ที่ถูกเพิกถอนแต่ละจังหวัด ซึ่งเมื่อไปถึงจังหวัดก็จะมี ก.จังหวัด ก.อบต. และ ก.เทศบาล จะนัดประชุมแต่ละจังหวัดแล้วแต่สะดวก ขณะนี้มีการประชุมไปเกือบครบทุกจังหวัดแล้ว ซึ่งวันที่ 31 ส.ค. เป็นวันสุดท้ายเหลือ 6 จังหวัด ซึ่งไม่มีรายชื่อที่ต้องเพิกถอน ดังนั้น วันนี้พอบอกได้ว่า 76 จังหวัด ทุก ก.จังหวัด ยอดที่จะต้องเพิกถอนการบรรจุ 3,868 คน ส่วนเหตุผลทำไมจึงไม่ใช่ 5,925 คน เพราะยอดตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดที่มีการแก้ไขคะแนนทั้งหมด ซึ่งตนและทีมงานได้ไล่ตรวจสอบ ไล่เทียบ เพื่อให้ละเอียดที่สุด ทำให้พบว่าในจำนวน 5,925 รายได้รับการบรรจุไป 3,868 คน ส่วนอีก 1,000 กว่าคนรอการบรรจุ เราก็ยังไม่ต้องไปเพิกถอน แต่เราก็ไม่ต้องเรียกเขาบรรจุ ถือว่าครบถ้วนตามโจทย์จริงที่ได้รับ


เมื่อถามว่า ขณะนี้ทาง อปท. ได้มีการเพิกถอนครบแล้วใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ครบแล้ว ส่วนเหตุใดจึงกำหนดวัน 31 ส.ค. เป็นวันสุดท้าย ที่ต้องส่งรายชื่อผู้ที่ถูกเพิกถอน เนื่องจากที่ประชุม ก.กลาง เสนอว่า อยากให้มีผลวันเดียวกัน เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่ง ก.จังหวัด ก็จะลงนามในวันที่ 31 ส.ค.2569


เมื่อถามว่า ขณะนี้มีใครฟ้องร้องมาบ้างหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มี เราสร้างความชัดเจนไปพร้อมหลักฐานและผลคะแนน ทั้งคะแนนจริงและไม่จริง ทุกคนก็ยอมรับ


เมื่อถามถึงกรณีที่บางส่วนตัดสินใจลาออกก่อน 146 คน จะต้องถูกดำเนินคดีทุกรายใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ทั้ง 146 คน ก็อยู่ในจำนวน 3,868 คน วันนี้ทาง สถ. เน้นเรื่องการบริหารบัญชีก่อน ต้องเรียนว่าเราไม่สามารถทำได้ทุกมิติพร้อมกันในทีเดียว ในเวลาสั้น ๆ ให้เสร็จหมด ต้องกราบขออภัย ตนก็อยากทำแบบนั้น แต่เนื่องจากกรณีนี้เป็นกรณีใหญ่ มีผู้เข้าสอบเกือบ 3 แสนคน และมีผู้ขึ้นบัญชีเกือบ 5 หมื่นคน และมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่กว่า 5-6 พันคน ซึ่งไม่สามารถทำได้สำเร็จด้วยคณะทำงานชุดเดียว วันนี้ต้องแยกกัน ต้องบริหารบัญชี เพราะคนที่ไม่รู้อะไรเลย มาสอบเฉย ๆ แต่ชื่อหลุดไป โดยผู้ที่รอการบรรจุวันนี้ต้องเน้นคนกลุ่มใหญ่ก่อน ซึ่งวันนี้เราภารกิจตามนโยบายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบหมายได้สำเร็จแล้วในวันที่ 31 ส.ค. สำหรับบัญชีที่ต้องเพิกถอนออก และบรรจุคนใหม่เข้า โดยจะบรรจุคนใหม่มาแทนภายในเดือน ต.ค. 2569


นายนิรัตน์ กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า คดีนี้เป็นคดีอาญา มีหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ตาม MOU อาทิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ตำรวจ คณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ก็ได้รับเรื่องไปทำแล้ว หาก สถ. ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดก็จะส่งต่อไปให้หน่วยงานตาม MOU ทั้งนี้ ตนได้แจ้งความคืบหน้ากับนายกรัฐมนตรี และวันนี้ก็จะรายงานอีกครั้ง


นายนิรัตน์ ยังเปิดเผยอีกว่ายังมีการส่งผลคะแนนที่ถูกต้องและเคยถูกอ้างว่าเป็นผลคะแนนที่ถูก ให้ ก.จังหวัดต่างๆ ซึ่งสถ. เปิดให้เจ้าตัวสามารถขอดูคะแนนตนเองได้ ทั้งที่กรมสถ.และ สำนักงานทั่วประเทศ 76 จังหวัด ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้มีทั้งหมด 1,489 คน ที่มาขอดูคะแนน ซึ่งทุกคนที่มาดูเมื่อชัดเจนแล้วก็กลับไป นี่เป็นมิติหนึ่ง ที่เราตั้งใจแสดงความโปร่งใส พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า 1,000 กว่าคน ถือว่าไม่น้อยที่มาขอดูคะแนน


ทั้งนี้ นายนิรัตน์ และ นายบุญประสงค์ นวลสรายย์ รองอธิบดีสถ.ได้พูดคุยกันว่า “ปิดจ็อบ ๆ ” ก่อนที่ นายนิรัตน์ จะแบมือทั้งสองข้างให้ผู้สื่อข่าวดู แล้วย้ำว่า ปิดจ็อบ ๆ