“วีระยุทธ” ขนแกนนำพรรคประชาชน ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคที่อยุธยา เปิดวงคุยชวนตั้งข้อสังเกต ปัญหามลพิษและการทุจริตล้วนเป็น “จังหวัดสีน้ำเงินเข้ม”
วันที่ 30 สิงหาคม 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมงานจัดตั้งสาขาพรรคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยแกนนำพรรคประชาชน ได้แก่ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมการบริหารพรรคประชาชน นางสาวรักชนก ศรีนอก และ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมงานครั้งนี้ด้วย
ในช่วงเช้า สมาชิกพรรคจังหวัดพระนครศรีอยุธยารวมตัวจัดประชุมเพื่อจัดตั้งสาขาพรรค ณ ร้านโจ๊กตลาดพลูอยุธยา โดยที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้จัดตั้งสาขาพรรคและคณะกรรมการสาขา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจุดเริ่มต้นตั้งสาขาพรรคอย่างเป็นทางการ
ด้าน นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีต สส.อยุธยา เขต 1 กล่าวถึงความสำคัญของสาขาพรรคการเมืองว่า จะเป็นกลไกที่ทำให้การทำงานของพรรคการเมืองตอบสนองต่อความเห็นของสมาชิกพรรค และมีทรัพยากรเข้ามาสนับสนุนการทำงานในพื้นที่มากยิ่งขึ้น เนื่องจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กำหนดให้พรรคต้องขอความเห็นของสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจำจังหวัดก่อนออกนโยบาย นอกจากนี้ การตั้งสาขาพรรคการเมืองยังทำให้พื้นที่นั้นๆ มีสิทธิได้รับเงินจัดสรรจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองด้วย
จากนั้น นายวีระยุทธนำ สส. และอดีตผู้สมัครพรรคประชาชน นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ และ นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ร่วมเวทีสาธารณะ เปิดให้สมาชิกพรรคได้ตั้งคำถามแลกเปลี่ยนการผลักดันประเด็นที่พรรคกำลังผลักดัน เช่น โครงการ TH-AI Passport และการเปิดโปงการทุจริตในโครงการอื่นๆ
นายวีระยุทธชวนตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหามลพิษและการทุจริตที่ปรากฏตามหน้าข่าวล้วนเป็น “จังหวัดสีน้ำเงินเข้ม” คือมีเครือข่ายการเมืองบ้านใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับระบอบสีน้ำเงิน ที่เอื้อประโยชน์แก่กันจนต้องปิดตามองข้าม ละเลยการตรวจสอบที่เข้มงวด ตรงข้าม กลับซ้ำเติมด้วยการคุกคาม ฟ้องปิดปากภาคประชาชนที่ออกมาเปิดโปงปัญหา
สอดรับกับข้อเสนอของหนึ่งในผู้เข้าร่วมที่สะท้อนประสบการณ์การฟ้องคดีปิดปาก และกลั่นแกล้งไม่ให้เติบโตในหน้าที่การงาน จากการที่ตนออกมาเปิดโปงการทุจริตขององค์กร จึงอยากให้พรรคช่วยผลักดันมาตรการไม่ว่าทางกฎหมายหรืออื่นๆ ขึ้นมาคุ้มครองผู้เปิดโปงอย่างจริงจัง ซึ่งนอกจากการเสนอชุดร่างกฎหมาย Anti-SLAPP ที่กำลังผลักดันแล้ว นายวีระยุทธชี้ว่า นโยบาย “คนแฉได้เงิน คนโกงวงแตก” ที่พรรคประชาชนเสนอ ก็เป็นกลไกสำคัญที่จะแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงาน
ขณะที่นางสาวรักชนกและนายกรุณพลเสริมว่า สส. และส่วนกลางของพรรคจะผลักดันวาระทางสังคมขนาดใหญ่เพียงลำพังไม่ได้ จึงอยากชวนสมาชิกพรรคและประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในแบบที่ตนเองถนัด ทั้งชี้ว่าการที่คนอยุธยาสามารถรวมตัวกันตั้งสาขาพรรคได้เป็นสัญญาณที่ดีและเชื่อว่าจะช่วยกันผลักดันงานพื้นที่ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
โดยนางสาวรักชนกยกตัวอย่างสิ่งที่พลังของประชาชนทำได้ดียิ่งกว่าเสียงจากแกนนำ คือ การลดอคติต่อพรรคและส่งต่อข้อมูลที่ตรงกับความจริงให้คนใกล้ตัว โดยเฉพาะช่วงที่ข่าวปลอมระบาดอย่างหนักในโซเชียลมีเดีย กลุ่มสังคมออนไลน์ ประชาชนทุกคนมีบทบาทอย่างมากในการใช้ความสัมพันธ์ที่มีให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ สส. และทีมงานเข้าไม่ถึง
นอกจากประเด็นร้อนในสังคม สมาชิกพรรคได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ที่ขอให้พรรคช่วยติดตาม เช่น ปัญหาผิวถนนจราจรจากการลอกถนนเส้นบางกระสัน บางปะอิน ข้อกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎผังเมือง ที่ขณะนี้มีสัญญาณการเข้ามาของทุนจีนสีเทาที่น่ากังวลว่าจะเข้ามาครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในอยุธยาผ่านนอมินี รวมถึงรับเรื่องร้องเรียนการประกอบกิจการโรงแรมที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยทั้งหมดนี้คณะทำงานจังหวัดได้รับเรื่องร้องเรียนและประสานไปยังกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องเพื่อการแก้ไขปัญหาต่อไป
ทั้งนี้ พรรคประชาชนมีเป้าหมายจัดตั้งสาขาพรรคให้ครบทุกจังหวัด เพื่อให้สมาชิกพรรคมีพื้นที่ในการแสดงความเห็น มีการรวมตัวผลักดันวาระนโยบายของพรรคสู่พื้นที่ให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น