“ศุภจี” โชว์ตัวเลขส่งออกไทยโตต่อเนื่อง 25 เดือน เดินหน้า 3 สมดุล “ตลาด–สินค้า–รายได้” กระจายโอกาสสู่ SMEs เกษตรกร และผู้ประกอบการรายเล็ก
วันที่ 30 ส.ค. 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พูดถึงสถานการณ์การส่งออกของไทย หลังตัวเลขการส่งออกยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 โดยระบุว่า เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออกมีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 21.6% ขณะที่ช่วง 7 เดือนแรกของปี มีมูลค่ารวม 231,531 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.2% ตัวเลขการส่งออกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ “ทำไมเมื่อการส่งออกเติบโต ประชาชนกลับยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย” มีเนื้อหาที่โพสต์ดังนี้
“ตัวเลขการส่งออกของไทยเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออกมีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวถึง 21.6% และเมื่อรวม 7 เดือนแรกของปี การส่งออกมีมูลค่า 231,531 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.2% แต่คำถามสำคัญกว่า “ส่งออกโตแค่ไหน” คือ ทำไมเมื่อการส่งออกเติบโต ประชาชนกลับยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นี่คือโจทย์ที่เราต้องกลับมามอง “โครงสร้าง” ของการส่งออกไทยทำให้เห็นว่า สิ่งที่ต้องเร่งทำต่อจากนี้ คือ การสร้าง 3 สมดุล ได้แก่ สมดุลตลาด สมดุลสินค้า และสมดุลรายได้” นางศุภจี กล่าวและว่า
1.สมดุลตลาด : ที่ผ่านมาเราพึ่งพาตลาดเดิมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างจีนและสหรัฐฯ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เราจึงต้องเร่งเปิดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยง และสร้างโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงผู้บริโภคในหลากหลายประเทศมากขึ้น
2.สมดุลสินค้า : สินค้าหลายกลุ่มที่เราส่งออก เป็นสินค้าที่ไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตหรือรับจ้างผลิต ขณะที่สัดส่วน Local Content ของไทยยังไม่มากพอ
โจทย์จึงไม่ใช่เพียง “ส่งออกให้มากขึ้น” แต่ต้องทำให้ทุกการส่งออก สร้างมูลค่าและรายได้กลับมาอยู่ในประเทศไทยมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะภาคเกษตรและอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากของประเทศ โดยสินค้าเกษตรของเรากลับมาขยายตัวได้ในรอบหลายปี หลังจากนี้ เราจะใช้จุดแข็งเรื่อง Food Security เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการเจรจาการค้าและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศ เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งสงคราม ภัยธรรมชาติ และการขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำ จาก Just in Time เป็น Just in Case สร้าง Resilient Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความผันผวน เพื่อให้จุดแข็งด้านความมั่นคงทางอาหารของไทย สามารถตอบสนองความต้องการของโลกในภาวะฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
ประเทศไทยต้องวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่นี้ให้ได้ค่ะ
3.สมดุลรายได้ : วันนี้ประเทศไทยมีผู้ประกอบการส่งออกประมาณ 30,000 ราย ในจำนวนนี้ประมาณ 23,000 รายเป็น SMEs และอีกประมาณ 7,000 รายเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่รายได้กว่า 80% ของธุรกิจส่งออกอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่ นี่จึงเป็นอีกเหตุผลว่า ทำไมตัวเลขการส่งออกที่เติบโต จึงอาจยังไม่ถูกส่งผ่านไปถึงคนตัวเล็กอย่างทั่วถึง
นางศุภจี กล่าวด้วยว่า งานของกระทรวงพาณิชย์จึงไม่ใช่เพียงทำให้ตัวเลขส่งออกโต แต่ต้องทำให้ “การเติบโต” กระจายตัวมากขึ้น
• ขยายตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิม
• เพิ่ม Local Content เพื่อให้มูลค่าจากการส่งออกอยู่ในประเทศมากขึ้น
• สร้างโอกาสให้ SMEs เกษตรกร และผู้ประกอบการรายเล็ก ได้รับประโยชน์จากการส่งออกมากขึ้น
เพราะปลายทางที่เราอยากเห็น ไม่ใช่เพียง “ประเทศไทยส่งออกได้มากขึ้น”
แต่คือ “ประเทศไทยและคนไทย ได้ประโยชน์จากการส่งออกมากขึ้น”
นี่คือความหมายของการสร้าง สมดุลตลาด สมดุลสินค้า และสมดุลรายได้ ที่กำลังทำ