รมว.ดีอี ตรวจเยี่ยมศูนย์ ปณท หาดใหญ่ มอบนโยบาย 3 ด้าน อัปเกรด Post Code ต่อยอดสู่ Data Layer ยกระดับการช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติ


วันที่ 30 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายนรินทร์ ไทยสยาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ด้านปฏิบัติการภูมิภาค 1) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา


รมว.ดีอี กล่าวมอบนโยบายการดำเนินงาน ปณท ว่า จากการดำเนินงานของ ปณท สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นของประชาชนในการให้บริการ ซึ่งถือเป็นจุดแข็ง ที่สร้างโอกาสทางการแข่งขันในธุรกิจนี้ได้ ควบคู่ไปกับการเป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านข้อมูลและการช่วยเหลือในเหตุภัยพิบัติ โดยตนได้มอบหมายนโยบาย 3 ด้านด้วยกันคือ


ด้านที่ 1.การขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน ปณท มีรายได้ส่วนใหญ่ประมาณ 50% มาจากบริการรับ-ส่งเอกสาร จดหมายทั่วไป บิลแจ้งหนี้ หนังสือราชการ ซึ่งในอนาคตจะต้องเปลี่ยนแปลงเป็นการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อก้าวไปสู่รัฐบาลดิจิทัล ส่งผลกระทบต่อบริการดังกล่าวโดยตรง ซึ่ง ปณท จะต้องพิจารณาขับเคลื่อนบริการหลักด้านอื่น ๆ ในอนาคต


ด้านที่ 2.การเป็นหน่วยงานสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือประชาชน ด้วยจุดเด่นของ ปณท ในการเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จึงเป็นข้อได้เปรียบในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เมื่อต้องเผชิญเหตุด้านภัยพิบัติ โดยถอดบทเรียนจากเหตุภัยพิบัติหาดใหญ่นำมาปรับเปลี่ยนร่วมกับการสร้าง Post Code การปักหมุดบ้านเลขที่ของประชาชนบนแผนที่ดิจิทัล พร้อมกับจัดทำ Post Code ตัวเลข 13 หลัก ที่สามารถระบุประเภทของสถานที่ เช่น หน่วยงานราชการ อาคารชุด หรือบ้าน จัดทำเป็น Data Layer ซึ่งได้มีการเริ่มดำเนินการแล้วใน ปณท 24 แห่ง และกำลังเร่งดำเนินการให้ครบทุก ปณท ทั่วประเทศ


สำหรับการจัดทำ Post Code เพื่อเป็น Data Layer ดังกล่าว ตนได้มอบหมายให้เพิ่มการระบุรายละเอียดเพิ่มเติม การจัดทำเส้นทางเพื่อใช้เป็นเส้นทางสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ โดยนอกจากจะใช้เพื่อการสนับสนุนในภาวะวิกฤตแล้ว Data Layer ดังกล่าวยังเป็นเครื่องมือที่จะเป็นข้อมูลกลางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่แม่นยำ สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นแผนที่วิเคราะห์ด้านสภาพภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตประจำวันได้ โดย Post Code จะเชื่อมต่อกับ Digital ID ของประชาชน


นอกจากนี้ยังมีการจัดทำแผนบริหารจัดการรับ-ส่งสิ่งของบริจาค ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องของการรับบริจาคสิ่งของที่ไม่ตรงต่อความต้องการ เนื่องจากระยะเวลาของการรับบริจาค และปัญหาความล่าช้าของข้อมูลการขอความช่วยเหลือจากในพื้นที่ โดยมอบหมายให้มีการจัดทำ SOP หรือแนวทางการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานด้านการสื่อสาร ระหว่างหน่วยงาน ศูนย์ให้ความช่วยเหลือ เพื่อการประสานงานเกี่ยวกับการบริจาค จัดตั้งเป็นศูนย์บริหารจัดการสิ่งของบริจาค โดยหน้าที่ของ ปณท นอกเหนือจากการสื่อสารแล้ว ต้องประสานตอบกลับศูนย์ฯ ถึงปริมาณ ความต้องการ การแจกจ่าย สิ่งของคงเหลือ โดยจัดทำเป็นระบบข้อมูลดิจิทัล


และด้านที่ 3.การบริหารจัดการสินทรัพย์ของหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการสำรวจพื้นที่ที่ไม่มีการใช้งานของหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงดีอี นำมาต่อยอดสู่การเป็นพื้นที่สร้างประโยชน์ เพื่อสร้างจุดเชื่อมต่อร่วมกับประชาชน ในสร้างการเข้าถึงดิจิทัลของคนไทยทั่วประเทศ อาทิ ศูนย์การเรียนรู้ การฝึกทักษะ การสร้างอาชีพ จัดกิจกรรมสัมมนา หรือศูนย์กลางการทำกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับประชาชน ฯลฯ เพื่อเป็นแนวทางการใช้งานพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด


“กระทรวงดีอี เตรียมรวบรวมข้อมูลด้านภัยพิบัติ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมครม.สัญจร จ.สงขลา ทั้งการจัดทำข้อมูลกลางสนับสนุนการรับมือ ป้องกันเหตุ และให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยในส่วนของ ปณท มีเรื่องของการรับ-ส่งของบริจาค เพื่อการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติรวมอยู่ด้วย พร้อมกับการมอบนโยบายการนำพื้นที่ว่างซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์มาต่อยอดสร้างประโยชน์เพื่อคนไทย ตนอยากให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี มีความใกล้ชิดกับประชาชน ทั้งเรื่องการใช้งานเทคโนโลยี การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งต่อถึงมือคนไทยทุกคน” รมว.ดีอี กล่าว