สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย พาสื่อชมของขึ้นชื่อสงขลา “ผ้าทอลายราชวัตร-ไข่ครอบ-มะม่วงเบา” ก่อนประชุมครม.สัญจร หวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ขยายตลาด
วันที่ 30 ส.ค. 2569 ที่จ.สงขลา กองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นำสื่อมวลชนติดตามการลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.สัญจร) จ.สงขลา และการลงพื้นที่ตรวจราชการระหว่างวันที่ 31 ส.ค.- 1 ก.ย.โดยวันเดียวกันนี้ ได้นำเยี่ยมชมสินค้าชุมชน และผลิตภัณฑ์โอทอปที่ขึ้นชื่อและเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจ.สงขลา
โดยจุดแรกนำเยี่ยมชม กลุ่มทอผ้ากลุ่มราชวัตร แสงส่องหล้า ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร โดยมีนายวิชัย มาระเสนา ประธานกลุ่มราชวัตร แสงส่องหล้า ที่ 1 นำเยี่ยมชมการทอผ้าลายราชวัตร พร้อมเปิดเผยว่า มีความภาคภูมิใจในผ้าทอลายราชวัตร ซึ่งเป็นผ้าทอโบราณอันเป็นอัตลักษณ์พื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของต.เกาะยอ ซึ่งคณะเตรียมงานได้จัดเตรียมเป็นชุดสวมใส่ให้กับครม.ในการประชุม ครม.สัญจร ที่จ.สงขลา โดยทางกลุ่มได้เลือกทอลายราชวัตร ซึ่งเป็นลายผ้าที่โดดเด่นและถือเป็นลายประจำจ.สงขลา ลายผ้าดังกล่าวมีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเดิมชาวบ้านเรียกว่า“ลายคอนกเขา”หรือ“ลายก้านแย่ง” กระทั่งได้รับพระราชทานชื่อใหม่เป็น“ราชวัตร”เมื่อครั้งมีการเสด็จพระราชดำเนินเยือนภาคใต้ในปี พ.ศ. 2443 ซึ่งมีมานานกว่า 126 ปี สำหรับความพิเศษในครั้งนี้ ทางกลุ่มได้ตั้งใจเลือกใช้สีน้ำเงินอมม่วง ซึ่งเป็นสีประจำตัวของนายกรัฐมนตรี มารังสรรค์ลงบนผืนผ้า
ส่วนของกระบวนการผลิตนั้น แม้ขั้นตอนการเตรียมเครื่องทอในตอนแรกจะต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน แต่เนื่องจากทางกลุ่มมีการเตรียมม้วนผ้าไว้ล่วงหน้าจึงสามารถลงมือทอได้ทันที โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 3 เมตรต่อวัน ซึ่งเป็นความยาวที่พอดีสำหรับการนำไปตัดเป็นเสื้อได้ 1 ตัว
นายวิชัย กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำผลงานและภูมิปัญญาท้องถิ่นของเกาะยอมาเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์ การที่ผู้นำระดับประเทศสวมใส่ผ้าทอเกาะยอนั้น ถือเป็นต้นแบบและกระบอกเสียงสำคัญที่ช่วยสื่อสารเอกลักษณ์ของชุมชนให้ผู้คนรู้จักมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชาวบ้าน
อย่างไรก็ตาม ประธานกลุ่มราชวัตร ได้สะท้อนถึงวิกฤตของงานฝีมือท้องถิ่นในปัจจุบันว่า ปัจจุบันผู้สืบทอดการทำผ้าเกาะยอมีจำนวนลดน้อยลงจนเหลือไม่ถึง 60 คนแล้ว สาเหตุหลักมาจากการขาดการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเข้ามาตีตลาดของผ้าโรงงานจากพื้นที่อื่น โดยทางกลุ่มฯ ก็ยังคงยืนหยัดและมุ่งมั่นที่จะเป็นแกนนำและตัวอย่างในการอนุรักษ์งานฝีมือท้องถิ่น เพื่อให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริม และที่สำคัญคือการดึงดูดให้คนรุ่นหลังได้เข้ามาเรียนรู้และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าทอเกาะยอที่มีอายุยาวนานหลายร้อยปีนี้ ให้อยู่คู่ชุมชนต่อไปอย่างยั่งยืน
ต่อมาคณะฯ ได้เยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทะเลสาบสงขลา ต.หัวเขา อ.สิงหนคร เยี่ยมชมการผลิตไข่ครอบสงขลา และได้เปิดให้คณะสื่อมวลชนลองทำไข่ครอบ และเดินทางต่อไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมะม่วงเบาแม่ติ้ว ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร
ขณะที่ น.ส.รัตนา ไมสัน พัฒนาการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เพื่อเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจฐานราก เตรียมนำสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด และสินค้า OTOP จัดแสดงโชว์ในการประชุม ครม.สัญจร สร้างโอกาสในการขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยตรง โดยนำสินค้าทั้ง 16 อำเภอ และกลุ่มเครือข่ายมาร่วมจัดแสดง อาทิ ขนมม่อฉี โรตีชาชัก ไข่ครอบ ยำสาหร่ายผมนาง มะม่วงเบาแช่อิ่มสิงหนคร มะม่วงเบาสเลอปี้ หนังปลากะพงขาวทอดกรอบ ไอติมจำปาดะ เต้าคั่วสงขลา เต้าหู้คลองแงะ และลูกชิ้นปลาพริกไทยดำ เป็นต้น