“การดี”  ยืนหยัดเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตรวจสอบรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะต่อไป หลังถูก 2 บริษัทเอกชน ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ ฟ้องปิดปากปม AI-Passport


เมื่อเวลา 09:30 น. วันที่ 30 ส.ค. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางการดี เลียวไพโรจนน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณี 2 บริษัทเอกชนใกล้ชิดผู้มีอำนาจรัฐยื่นฟ้องฐานผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ว่า หลังตนทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในโครงการ AI-Passport โดยหมายฟ้องส่งมาถึงตนเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา ขอยืนยันว่าจุดยืนอย่างเป็นทางการยังคงเดินหน้าตรวจสอบการบริหารและใช้งบประมาณของรัฐ เช่นเดิม ตามหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ต้องตรวจสอบ ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายที่เกิดขึ้นมีลักษณะนี้ จึงเกิดคำถามว่าเป็นการฟ้องปิดปาก หรือเป็นการใช้กระบวนการทางกฎหมายในลักษณะที่สร้างภาระต่อผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือไม่ ตนยังคงเดินหน้าเป็นที่พึ่งและกระบอกเสียงให้ประชาชนโดยการนำเสนอข้อมูลสู่สังคมอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่มีเพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะและการตรวจสอบอย่างสุจริต ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงมี


“การโดนฟ้องร้องในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และดิฉันไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อขอความเห็นใจ สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า คนที่ออกมาตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ ดิฉันโพสต์ข้อมูลไปตามหลักวิชาการ และการทำหน้าที่ ซึ่ง 2 บริษัทเอกชนที่ฟ้องมาก็ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ หรือกระทรวงใด จึงขอต่อสู้และทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบให้ดีที่สุด ถึงที่สุด และไม่มีประโยชน์ส่วนตัวหรือใดๆ ในการทำหน้าที่ แม้อาจกำลังเผชิญกับการฟ้องปิดปาก แต่อยากให้ทุกคนมั่นใจว่า คำฟ้องนี้ปิดปากดิฉันไม่ได้ และจะไม่มีวันปิดตาประชาชนได้” นางการดี กล่าว