“เอกนัฏ” รมว.พลังงาน ลงพื้นที่ จ.ระยอง ติดตามโครงการผลิตเชื้อเพลิงทดแทนจากขยะชุมชน ด้านนายก อบจ.ระยอง ชี้ ประสบปัญหาขยะล้นเมือง จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าขยะเฟส 2


วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะ เดินทางมาติดตามโครงการผลิตเชื้อเพลิงทดแทนจากขยะชุมชนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (อบจ.ระยอง) ที่ห้องประชุมศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง นายฉัตรชัย ปิตุเตชะ สส.ระยอง นายปิติ ปิตุเตชะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายกิติพงศ์ อุระวัตร นายอำเภอเมืองระยอง ผู้บริหาร อปท. หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง และประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ 

นายก อบจ.ระยอง เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณขยะในพื้นที่มีประมาณ 1,200 ตันต่อวัน ทำให้ จ.ระยอง ประสบปัญหาขยะล้นเมือง 700 ตัน ที่ศูนย์กำจัดขยะนี้รับขยะใน จ.ระยอง และจังหวัดใกล้เคียงส่งมากำจัดวันละเป็นร้อยเที่ยว คิดราคาแค่ตันละ 400 บาท ถูกกว่าที่อื่น และแม้ที่ผ่านมาจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในเฟสแรก ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากโครงการศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร จ.ระยอง ร่วมทุนกับ GPSC ซึ่งโรงไฟฟ้าขยะเฟสแรกดังกล่าว รับรองขยะได้เพียง 500 ตันต่อวัน มีขยะตกค้างอีกประมาณ 700 ตัน จึงจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าขยะเฟสที่ 2 เพิ่ม หากแล้วเสร็จก็ทำให้บรรลุเป้าหมายในการกำจัดขยะได้ 100% ซึ่งปัจจุบันโรงไฟฟ้าเฟสที่ 2 ดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติจากส่วนกลาง ทำให้มีขยะล้นเมืองทุกวันนี้ ต้องการโรงไฟฟ้าขนาด 10 เมกะวัตต์ จึงจะเพียงพอ

ทางด้าน นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มาติดตามใน 2 เรื่อง คือ เรื่องแรกโรงไฟฟ้าขยะที่ปัจจุบัน อบจ.ระยอง เสนอขอไป เห็นศักยภาพและความต้องการของ อบจ.ระยอง โดยในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ PDP ที่จะออกมานี้ ส่วนหนึ่งก็จะมีกันไว้ให้สำหรับโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งหลังมีความพร้อมทุกด้านในส่วนของ จ.ระยอง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ก็จะมีการไปดำเนินการผ่านขั้นตอนในกระทรวงมหาดไทย และเสนอขอโควตาสำหรับการซื้อขายไฟฟ้า เพื่อตั้งโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งตนรับปากว่าจะดำเนินการให้ในส่วนโรงไฟฟ้าขยะเฟสที่ 2 ต่อไป

ส่วนเรื่องที่ 2 คือเรื่องของกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าในพื้นที่ชุมชน พบปัญหาติดขัดการนำเงินออกมาใช้ ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่คืบหน้า เงินไปกองมากมาย ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นจากการขาดการสื่อสารระหว่างกระทรวงพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือไม่ ซึ่งวันนี้ตนรับปากพร้อมที่จะเป็นตัวเชื่อมให้ หากติดขัดที่กฎกติกาที่ไม่อัปเดต ไม่เป็นไปตามเจตนา และวัตถุประสงค์ของประชาชน ตนพร้อมที่จะดำเนินการให้ เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่และภาคอุตสาหกรรมต้องอยู่ร่วมกันได้