"บวรศักดิ์" ชงผ่าตัดองค์กรอิสระผ่าน "อภิวัฒน์ 5 ข้อ" ดึงสิทธิ์จัดเลือกตั้งออกจาก กกต. คืนอำนาจประชาชนถอดถอนนายกฯ-ครม.
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการฯ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดสัมมนาวิชาการหัวข้อ “วิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ ที่มาและทางออก” โดยมีอดีตผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศร่วมแสดงทัศนะอย่างเข้มข้น
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ รัฐบาล และ สว. ตกต่ำลงจริง พร้อมเสนอทางออกผ่านข้อเสนอ "อภิวัฒน์ 5 ข้อ" ได้แก่ อภิวัฒน์เวลาการได้มาซึ่ง ครม. กำหนดเลือกตั้งภายใน 30 วันหลังยุบสภา (หรือ 15 วันหากครบวาระ) รับรอง สส. ใน 30 วัน และเลือกนายกฯ ให้เสร็จใน 30 วัน เพื่อดักทางกระบวนการซื้อเสียง อภิวัฒน์การสรรหาองค์กรอิสระ ปรับกรรมการสรรหามาจาก ศาลฎีกา, ศาลปกครองสูงสุด, รัฐบาล, ฝ่ายค้าน และประธานองค์กรอิสระ พร้อมให้รัฐสภาลงมติแยกเป็น 3 กลุ่ม (สส.รัฐบาล, ฝ่ายค้าน, สว.) ต้องได้เสียง 2 ใน 3 กลุ่มจึงจะผ่าน
อภิวัฒน์ระบบถอดถอน คืนสิทธิ์ให้ประชาชนลงมติถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได้โดยตรงทั้งประเทศ อภิวัฒน์สำนักงาน กกต. ริบอำนาจการจัดเลือกตั้งไปให้ที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคุมการปฏิบัติงาน โดยให้ กกต. ทำหน้าที่เพียงออกกฎ กำกับดูแล และจับคนทุจริตเท่านั้น และอภิวัฒน์การยอมรับกลุ่มการเมือง เปิดทางให้กลุ่มการเมืองที่ไม่ต้องถึงขั้นเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่เข้าสู่ระบบได้
ด้านนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า วิกฤตองค์กรอิสระเกิดจากการยอมตามผู้มีอำนาจและปกปิดข้อมูลข่าวสาร พร้อมย้ำว่าองค์กรอิสระต้องทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่รับใช้อำนาจรัฐ ส่วนคดีทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น ตนมองว่าท้ายที่สุดจะตัดจบเพียงแค่ข้าราชการประจำและไปไม่ถึงตัวนักการเมือง นอกจากนี้ยังชี้ว่าการโกงเลือกระหว่างกันเองของ สว. ถือเป็นวิกฤตร้ายแรงของประเทศที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของที่มาอย่างเร่งด่วน
ขณะที่นายวัส ติงสมิตร อดีตประธาน กสม. และอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา อภิปรายโจมตี พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ว่ามีหลักฐานความวิปริตตั้งแต่ต้น โดยหากไม่มีการ "ฮั้ว" หรือจัดตั้งกันมา จะไม่มีทางได้เป็น สว. แน่นอน พร้อมระบุว่าหาก กกต. สั่งฟ้อง สว. ที่เข้าข่ายฮั้วจำนวน 120 กว่าคน ตนมองว่าเป็นเรื่องที่รับได้ เพราะผลคะแนนในลำดับที่ 1–6 ของทุกกลุ่มอาชีพ ฟ้องชัดเจนว่าเกิดจากการจัดตั้งมาตั้งแต่ต้น