“อภิสิทธิ์” ย้ำวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ เกิดขึ้นจริง เหตุพรรคการเมือง-นักการเมือง แสวงหาอำนาจรัฐ แทรกแซงครบวงจร ส่งคนเข้ายึดองค์กรอิสระ แนะทางออกแก้ไข รธน. ที่มาองค์กรอิสระ-ที่มา สว.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการ(กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า ร่วมจัดงานเสวนาทางวิชาการ “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก” โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวเรื่อง “ถอดบทเรียน 30 ปี องค์กรอิสระ” ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยใช้ระบบรัฐสภา แต่มีการตั้งองค์กรอิสระต่างๆ มาก ในต่างประเทศที่ใช้ระบบสภาเขาไม่ต้องมีองค์กรอิสระ หลายประเทศไม่มีแม้กระทั่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นแสดงความรับผิดชอบของนักการเมือง ตั้งแต่ สส. รัฐมนตรี ไปถึงนายกรัฐมนตรี คือ กลไกที่สังคมสร้างกันมาในการร่วมตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นหลายกรณี คือเจ้าตัวแสดงความรับผิดชอบเอง ไม่ว่าจะญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย หรือแคนาดา ถ้าเจ้าตัวไม่แสดงความรับผิดชอบ พรรคที่สังกัดจะจัดการเอง จะเห็นว่า ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็นว่าเล่น กลไกที่เปลี่ยนคือ พรรคที่นายกฯสังกัดบอก พอแล้วไม่ไหวแล้ว แต่ในระบบพรรคการเมืองของไทยจนถึงทุกวันนี้ตนกล้าพูดว่า เกือบทุกพรรคยังมีลักษณะของพรรคที่มีเจ้าของ จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะใช้กลไกนี้ ยกเว้นเจ้าของกับนายกฯ หรือเจ้าของกับผู้บริหารสูงสุดของพรรคการเมืองนั้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แนวคิดเรื่ององค์กรอิสระ เกิดขึ้นมาจากการเลือกตั้งจะมีอำนาจตามหลักการของประชาธิปไตย แต่ตั้งแต่ปี 2535 และมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 แนวคิดในเรื่องนี้จึงเข้าไปอยู่ในกฎหมายสูงสุดเป็นครั้งแรก มีศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน มีการสร้างระบบขึ้นเพื่อหวังว่าจะสามารถมาตรวจสอบนักการเมืองที่ใช้อำนาจ หรือเข้ามาโดยมิชอบ แต่ที่ตนต้องพูดเรื่อง เพราะวันนี้เกิดวิกฤต มีคนจำนวนไม่น้อยมีความคิดว่า ขอลบทิ้งไปทั้งหมด แล้วให้ประชาชนเป็นคนชี้ขาดผ่านการเลือกตั้ง ตนไม่อยากให้ประเทศไทยเดินวนเป็นวัฏจักรแบบนี้ เรามีความหวังเมื่อมี กกต. ชุดแรกที่แจกใบแดง ใบเหลืองต้องเลือกตั้งแล้ว เลือกตั้งอีก แต่นักการเมืองก็ไม่หยุดอยู่กับที่ หาวิธีการในการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ มาถึงรัฐธรรมนูญปี 50 จึงมีการสร้างระบบวุฒิสภาลูกผสมขึ้นมา คือระหว่างเลือกตั้งและสรรหา แทนการเลือกตั้งโดยตรง มาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เลยไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะมาจากคณะรัฐประหารที่เขียนกติกาเองแล้ว ยังเตรียมตัวมาเป็นผู้เล่นเอง เป็นคนให้คุณให้โทษกับองค์กรอิสระ ด้วยการทำระบบการเลือกวุฒิสภา ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นนวัตกรรมทางการเมืองของโลก ตนไม่เชื่อว่าจะมีที่อื่นใช้ วันนี้มากันครบวงจรคือ สามารถที่จะมีกลุ่มคนวางแผนที่จะเข้าไปยึดกลไกของวุฒิสภาเพื่อส่งคนเข้าไปในองค์กรอิสระ และเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีอำนาจกับฝ่ายบริหาร
“ปัญหาและที่มาขององค์กรอิสระที่มีการแทรกแซง ยังมีปัญหาที่เพิ่มเข้ามาใหม่เมื่อมีหน่วยงานแล้ว ก็จะขยายอาณาจักรและปิดกั้นการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ดังนั้น นอกเหนือจากปัญหาถูกยึดครองโดยบางกลุ่มแล้ว วันนี้เวลาเราจะใช้องค์กรอิสระ หรือเราจะตรวจสอบองค์กรอิสระ จึงกลายเป็นเรื่องยากมาก จึงไม่แปลกใจว่าทำไมวันนี้เราจึงมาพูดเรื่องวิกฤตขององค์กรอิสระ เราต้องคิดถึงทางออก ที่ผมพอมองเห็นในขณะนี้คือ ถ้าเรามีกระบวนการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เป็นโอกาสทองที่เราจะมาทบทวนเรื่องนี้ ว่าผมยังเชื่อว่าเรายังต้องการเครือข่ายองค์กรอิสระ เพื่อเข้ามาตรวจสอบการใช้อำนาจนักการเมือง หากนักการเมือง และพรรคการเมือง ยังไม่สามารถสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นว่า เราจะดูแลกันเองได้ อย่างน้อยที่สุดต้องมีความพยายามในการแก้ไขเพิ่มเติมในบทบัญญัติ 2 ส่วน คือ 1.ที่มาขององค์กรอิสระ 2.ที่มาของวุฒิสภา ที่เชื่อว่าจะเป็นองค์กรที่คัดสรรองค์กรอิสระ นอกจากนั้นคือ การแก้ไขกลไกที่บิดเบี้ยว เช่น การกำหนดให้ ประธานสภาฯ ใช้ดุลยพินิจต่อการยื่นเรื่องตรวจสอบ ป.ป.ช. แต่หากการแก้ไขยาก ต้องปรับปรุงกฎที่เกี่ยวข้องเพื่อให้องค์กรอิสระทำงานโปร่งใสขึ้น วันนี้ เราอยู่เฉยไม่ได้ ถ้าเราอยู่เฉย ถ้าสมมุติเราบอกว่าพรรคการเมืองยึดครอง สว.และส่งคนเป็นองค์กรอิสระ ที่ช่วยเหลือไม่ให้ฝ่ายบริหาร สว. ผิด ไม่มีใครตรวจสอบองค์กรอิสระได้ เพราะประธานสภาฯยืนขวางอยู่ ผมรู้สึกว่า คนเหล่านี้ใช้สิทธิเสรีภาพในการล้มล้างการปกครองเสียเองหรือไม่ เพราะหลักของประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่คือความรับผิดชอบต่อประชาชน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว