“นาโนเทค-สวทช.” เดินหน้าตามนโยบาย“ยศชนัน”ผลักดันสมุนไพรสู่สากล  เปิดตัว 3 นวัตกรรมงานวิจัย “เม็ดฟู่ขมิ้นชัน–ลดฝ้าจากรกสุกร–สเปรย์ต้านเชื้อราผิวหนังสัตว์จากทองพันชั่ง” ตอบโจทย์เพิ่มมูลค่าธุรกิจ


วันที่ 27 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมผลักดันสมุนไพรท้องถิ่นสู่ธุรกิจสุขภาพมูลค่าสูงระดับสากล ล่าสุด ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เดินหน้าผลักดันงานวิจัยด้านสารสกัดสมุนไพรสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เปิดตัว “เม็ดฟู่ จากอนุภาคขมิ้นชัน , ผลิตภัณฑ์ลดเลือนฝ้าแดดจากสารสกัดรกสุกร และผลิตภัณฑ์ต้านเชื้อราผิวหนังของสัตว์เลี้ยงจากสารสกัดทองพันชั่งและซาโปนิน” 3 ผลงานวิจัยจาก 3 พันธมิตรภาคเอกชนที่ผ่านการทดสอบโอกาสทางการตลาดและตัดสินใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ภายใต้โครงการ “การสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดใหม่มูลค่าสูง” 


พร้อมจัดงาน “จากพลังผลงานวิจัย สู่ตลาดใหม่มูลค่าสูง” มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดมูลค่าสูง 


โดยดร.ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวว่า นาโนเทคมีนโยบายในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาช่วยพัฒนาสมุนไพรไทย ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความแตกต่าง และสามารถแข่งขันได้ในตลาดมูลค่าสูง โดยโครงการนี้เป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่องานวิจัยกับความต้องการของภาคธุรกิจ ผ่านการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ในระดับที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ประเมินต้นทุน การผลิต แผนธุรกิจ และโอกาสทางการตลาด ก่อนตัดสินใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี 


โดยเราได้วางกลยุทธ์ให้โครงการนี้เป็นทางลัดสู่นวัตกรรม ปิดช่องว่างระหว่างผลงานวิจัยกับการนำไปผลิตจริงในระดับอุตสาหกรรม ทั้งในด้านความเป็นไปได้ในการผลิต การลงทุน ต้นทุน ราคาขาย มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการยอมรับจากผู้บริโภค เมื่อผู้ประกอบการเห็นโอกาสและมีความมั่นใจในผลงาน จึงเข้าสู่ขั้นตอนการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทำให้งานวิจัยมีโอกาสไปถึงผู้ใช้ประโยชน์ได้จริง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและลดความเสี่ยงในการลงทุน


ด้านดร. ภก.บุญทวี พิทักษ์ตันสกุล CEO บริษัท เอชซี แอนด์ พีอาร์ ฟาร์มาซูติคอล จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เม็ดฟู่จากอนุภาคขมิ้นชัน ได้นำเทคโนโลยี Encapsulated Curcuminoid มาผสานกับรูปแบบเม็ดฟู่ พร้อมใช้สารเสริมฤทธิ์ ได้แก่ Piperine และ UC-II เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพข้อและระบบการเคลื่อนไหว โดยผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รับผลตอบรับที่ดีจากการทดสอบกับกลุ่มอาสาสมัคร และมีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยบริษัทตั้งเป้าพัฒนาโมเดลที่สามารถต่อยอดกับพืชและสมุนไพรได้หลากหลายชนิด เพื่อยกระดับจาก “วัตถุดิบทางการเกษตร” สู่ “ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมูลค่าสูง” และเปิดโอกาสให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าที่สูงขึ้น 


ขณะที่น.ส.วรรณภา ชินชูศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอ บลูม จำกัด ในเครือสระบุรีฟาร์ม กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทได้เข้าร่วมโครงการจากความตั้งใจที่จะลดผลกระทบจากการกำจัดวัสดุเหลือทิ้ง และร่วมกับทีมนักวิจัยนาโนเทคศึกษาคุณสมบัติของรกสุกร ก่อนพัฒนาเป็นสารสกัดสำหรับผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ซึ่งผลิตภัณฑ์ลดเลือนฝ้าแดดจากสารสกัดจากรกสุกร (Porcine Placenta Extract) ซึ่งสารสกัดจากรกสุกรมีองค์ประกอบสำคัญ อาทิ กรดอะมิโน เปปไทด์ วิตามิน และแร่ธาตุ โดยมีจุดเด่นด้านการยับยั้งการสร้างเม็ดสีและเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเมลานิน รวมถึงคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ตอบความต้องการของตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เติบโตต่อเนื่อง 


ด้าน น.ส. อรวรรณ อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนา บริษัท เวทโปรดักส์ รีเซิร์ช แอนด์ อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (VRI) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ต้นแบบสเปรย์บำรุงผิวหนังสัตว์เลี้ยงจากสารสกัดทองพันชั่งในรูปแบบนาโน ได้นำสมุนไพรไทยมาพัฒนาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้งานสะดวก โดยคาดหวังว่าจะสามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ในตลาด Pet Health & Pet Care และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทยได้