กมธ.ความมั่นคงฯ เรียกหน่วยงานความมั่นคงแจงไฟใต้ปะทุ สับยับงานข่าวกรองล้มเหลว ทำงานไร้บูรณาการ แฉ 22 ปี สส.-ชาวบ้าน ไม่เคยถูกเชิญให้ข้อมูล
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมนัดพิเศษเพื่อพิจารณาปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่มี สส. 14 คนจาก 4 จังหวัดภาคใต้เข้าร่วมพร้อมหน้า
โดย กมธ. ได้เชิญ 6 หน่วยงานความมั่นคงเข้าชี้แจง ได้แก่ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.), สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), ตำรวจภูธรภาค 9 และ ผอ.รมน.ภาค 4 (ยกเว้น กอ.รมน. ที่ติดภารกิจ) เพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ป่วนนับร้อยจุดภายใน 3 วัน รวมถึงกรณีเจ้าหน้าที่ยิงใส่ประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์
จากข้อมูล พบว่าหน่วยงานความมั่นคงขาดการบูรณาการทำงานร่วมกัน ข้อมูลจุดเกิดเหตุของแต่ละหน่วยงานไม่ตรงกัน ที่สำคัญคือตลอด 22 ปีที่ผ่านมา ทั้งประชาชนและ สส. ในพื้นที่ไม่เคยได้รับการประสานจากหน่วยงานรัฐเพื่อนำข้อมูลไปใช้เลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงเป็นสาเหตุหลักที่ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือด้านข่าวกรอง ทั้งนี้ สส. ในพื้นที่เห็นตรงกันว่าควรทบทวนความล้มเหลวของภาครัฐ และหันมาร่วมมือแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา โดยปัจจุบันนายกรัฐมนตรีได้ลงมากำกับดูแลด้วยตนเอง พร้อมมอบหมายให้ รมว.ต่างประเทศ ประสานความร่วมมือกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย
ทางด้าน นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย รองประธาน กมธ. ย้ำว่า กมธ. มีความเห็นร่วมกันว่างานข่าวกรองในพื้นที่ล้มเหลว ทั้งที่ไม่เคยถูกตัดงบประมาณปี 2569 และ 2570 สำหรับประเด็นนิติวิทยาศาสตร์ ได้รับยืนยันว่าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนกรณีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์จนพบหัวกระสุนปืน M16 และ HK ติดอยู่ที่รถจักรยานยนต์นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอเวลา 3 วัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดย กมธ. เตรียมลงพื้นที่เร็วๆ นี้เพื่อติดตามสถานการณ์และหาแนวทางป้องกันเหตุซ้ำรอยต่อไป