หัวหน้าพรรค ปชป. ผ่า 4 เหตุผลลุยคว่ำกลางสภาฯ เตือนอย่าสร้างภาระดันหนี้สาธารณะชนเพดาน


วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายแสดงจุดยืนคัดค้านและย้ำว่าจะไม่อนุมัติ พ.ร.ก. ฉบับนี้อย่างเด็ดขาด

นายอภิสิทธิ์ ได้ยกเหตุผลหลัก 4 ประการในการคว่ำ พ.ร.ก.กู้เงิน โดยระบุว่า ขัดข้อกฎหมายและไร้ความจำเป็นเร่งด่วน: อ้างอิงความเห็นพยานผู้เชี่ยวชาญต่อศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามเงื่อนไขการออก พ.ร.ก. แก้ปัญหาไม่ตรงจุด: รัฐบาลปล่อยให้ราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนลุกลามโดยไม่แก้ที่ต้นเหตุ แต่กลับนำเงินก้อนนี้มาใช้และจะละลายหายไปภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน เพิ่มความเสี่ยงให้ระบบเศรษฐกิจ: การกู้เงินครั้งนี้จะดันหนี้สาธารณะต่อ GDP พุ่งชนเพดานร้อยละ 70 ทำให้ประเทศขาดความมั่นคงทางการเงินหากเกิดวิกฤตซ้ำในอนาคต และไร้ยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านพลังงาน: งบ 2 แสนล้านบาทหลังไม่มีแผนชัดเจน อีกทั้งการปล่อยให้ตั้ง Data Center จำนวนมากกลับยิ่งเพิ่มการใช้พลังงานฟอสซิล ซึ่งรัฐบาลยังไม่ชัดเจนว่าการลงทุนสายส่งไฟฟ้าทำเพื่อประชาชนหรือเอื้อศูนย์ข้อมูลกันแน่

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังแสดงความกังวลว่า การเปิดช่องให้โยกงบหรือนำไปทำโครงการอบรมทักษะพลังงานในบางกระทรวง สุ่มเสี่ยงที่จะเปิดช่องให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันและเอื้อประโยชน์ทางการเมือง พร้อมเปรียบเทียบว่าในอดีตยุควิกฤตต้มยำกุ้งหรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ การกู้เงินยังสามารถสร้างความมั่นคงหรือดัน GDP โตได้ถึงร้อยละ 5

“ผมฟันธงว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ ถ้าผ่านรัฐสภาไปบังคับใช้ เราจะไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจ ประชาชนยังต้องเผชิญกับปัญหาพลังงานต่อไป จึงไม่สามารถยกมืออนุมัติ พ.ร.ก.ฉบับนี้ได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย