“อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดมหาดไทย และ “ภาสกร บุญญลักษม์” รองปลัด มท. เข้ารับพระราชทาน “เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ”
เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 25 สิงหาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ และเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 ประจำปี 2567 ซึ่งคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ได้พิจารณาผู้บริหารและบุคลากรทางการลูกเสือที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามประกาศคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และสมควรได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ประจำปี 2567 จำนวน 18 ราย และเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 ประจำปี 2567 จำนวน 283 ราย รวมทั้งสิ้น 301 ราย ตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 39 ข ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2569
โอกาสนี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เข้ารับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ด้วยเป็นผู้ที่อุปการคุณช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องจนได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 และได้มีอุปการคุณช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทานเหรียญสดุดี ชั้นที่ 1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้เป็นประธานกรรมการลูกเสือจังหวัด และรองประธานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติด้วยเจตนารมณ์ในการจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ และปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ เพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่กิจการลูกเสือไทย ตลอดจนเป็นขวัญและกำลังใจในการร่วมกันสืบสานอุดมการณ์และพัฒนากิจการลูกเสือให้เกิดประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชน สังคม และประเทศชาติสืบไป
สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่ง รามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ (The Boy Scout Citation Medal (Special Class)) เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย ลำดับเกียรติ ลำดับที่ 29 ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานกำเนิดกิจการลูกเสือไทย ในปี พ.ศ. 2454 และเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 5 ธันวาคม 2530 และเป็นการเสริมสร้างกำลังใจแก่ผู้อุทิศตนให้กิจการลูกเสืออย่างแท้จริง
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ มีชั้นเดียว เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดินที่พระราชทานให้เป็นกรรมสิทธิ์ ออกแบบโดย นายพินิจ สุวรรณะบุณย์ ด้านหน้ามีลักษณะเป็นรูปไข่ พื้นลงยาสีน้ำเงิน ขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร ยาว 3.3 เซนติเมตร กลางดวงตรามีหน้าเสือประกอบวชิระเงินล้อมด้วยเม็ดไข่ปลาสีทอง และมีรัศมีเงินโดยรอบแปดแฉกคั่นด้วยกระจังสีทอง เบื้องบนมีพระมหามงกุฎรัศมีฉลุโปร่งและเลข ๙ สีทอง ด้านหลังกลางดวงตราเป็นดุม พื้นลงยาสีม่วง มีรูปตราของคณะลูกเสือโลก เบื้องล่างมีอักษรสีเงินว่า “เราจะทำนุบำรุงกิจการลูกเสือสืบไป” ที่ขอบส่วนบนของดวงตรามีห่วงห้อยแพรแถบสำหรับคล้องคอ ขนาดกว้าง 4 เซนติเมตร มีริ้วสีเหลืองกว้าง 2.2 เซนติเมตร อยู่กลาง ริมทั้งสองข้างมีริ้วสีขาวกว้าง 3 มิลลิเมตร และริ้วสีดำกว้าง 6 มิลลิเมตร
ลักษณะการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ เป็นดวงตราประดับโดยห้อยดวงตรากับแพรแถบสวมคอเช่นเดียวกันทั้งบุรุษและสตรี หากประดับกับเครื่องแบบเต็มยศหรือครึ่งยศ จะสวมคอโดยให้แพรแถบลอดออกใต้ปกเสื้อตัวในทับผ้าผูกคอ ให้ส่วนสูงสุดของดวงตราจรดเงื่อนผ้าผูกคอ แต่หากประดับกับเครื่องแบบลูกเสือจะสวมคอโดยให้แพรแถบลอดออกจากใต้ผ้าผูกคอ.