ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาดปมบาร์โค้ด QR code บนบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. หลังไต่สวน 5 พยาน เปิดโอกาสคู่กรณีเดินเผชิญสืบพร้อม 2 ตุลาการ ณ สถานที่เก็บบัตรเลือกตั้งพรุ่งนี้
วันที่ 26 ส.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานจำนวน 5 ปากในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่อง ขอให้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือบาร์โค้ด และรหัส QR code ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50(7) มาตรา 83 วรรค 2 มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224 โดยการไต่สวนวันนี้ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. ได้มาร่วมสังเกตการณ์ไต่สวนด้วย
โดยพยานจำนวน 5 ปากเป็นพยานที่ศาลเรียกประกอบด้วย 1. นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ สำนักงาน กกต. 2. นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. 3. นายภาคภูมิ ภูอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 4. นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด และ 5. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และอนุญาตให้ทางกกต.โดยว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้สาธิตกระบวนการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ในการไต่สวน ศาลได้งดการถ่ายทอดภาพและเสียงรวมถึงกำชับห้ามผู้เข้าฟังนำข้อมูลที่ได้จากการไต่สวนวันนี้ไปเผยแพร่สู่บุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด
การไต่สวนใช้เวลานาน 3 ชั่วโมงกว่า นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งคู่กรณีว่า ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีมีเหตุจำเป็นที่จะเดินเผชิญสืบพยานหลักฐานนอกที่ทำการศาลตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีศาลรัฐธรรมนูญ 2562 โดยศาลมอบให้ นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายนพดล เทพพิทักษ์ และหน่วยงานที่รับผิดชอบสำนวน ร่วมตรวจสอบหลักฐาน ณ สถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งที่เหลือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ในกรุงเทพมหานคร ในวันพฤหัสบดี 27 ส.ค. เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดยให้คู่กรณีร่วมตรวจสอบ หากฝ่ายใดไม่เข้าร่วมเดินเผชิญสืบตามวันเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าไม่ติดใจ
วันนี้ศาลฯ ออกนั่งพิจารณาคดีเพื่อไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลเรียกมาให้ถ้อยคำทั้ง 5 ปาก ซึ่งได้ตอบข้อซักถามของศาล และศาลอนุญาตให้คู่กรณีซักถามเพิ่มเติม ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 60 วรรคสาม เสร็จสิ้นแล้ว โดยศาลฯ ได้บันทึกการไต่สวนไว้ด้วยเครื่องบันทึกภาพและเสียงแล้ว หากคู่กรณีประสงค์ยื่นคำแถลงปิดคดีให้ยื่นภายในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. หากไม่ยื่นในกำหนดเวลาถือว่าไม่ติดใจ และนัดแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือและลงมติในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. 69 เวลา 9:30 น. และนัดฟังคำวินิจฉัยวันเดียวกันในเวลา 14:00 น.