“เท้ง ณัฐพงษ์” ลับมีดรอชำแหละโยกย้ายมหาดไทย ขู่ กกต. ใช้อำนาจมิชอบเจอดำเนินคดี เตือนกลางที่ประชุมสภาฯ หากรัฐบาลตอบไม่ชัด ไม่ผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านให้
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย หลายคนมองเป็นการวางอำนาจทางการเมือง รวมถึงเพื่อเคลียร์คดีด้วย ว่า ทุกการแต่งตั้งโยกย้ายต่างๆ ควรเป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้อง ในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา สังคมก็ตั้งข้อสงสัยว่าการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งสำคัญต่างๆ อาจนำมาซึ่งความช่วยเหลือรัฐบาลในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ ส่วนนี้ฝ่ายค้านก็จับตาดูอยู่ ถ้ามีการกระทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เราก็ยังมีเวทีใหญ่ เช่น เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ รออยู่แล้ว
นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะฟ้องร้องผู้นำเอกสารผลการสอบสวนคดีฮั้วเลือก สว. ออกมาเปิดเผย ถือเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ ว่า สังคมอยากรับรู้ความจริง ไม่ว่าแหล่งข้อมูลนั้นจะได้มาจากที่ใด รัฐบาลอาจอ้างเรื่องชั้นความลับ หรืออำนาจทางกฎหมาย เพื่อพยายามปิดปากคนที่ตีแผ่ความจริงหรือไม่ หากรัฐบาลบริสุทธิ์ใจพร้อมที่จะเปิดเผยความจริงเรื่องนี้เอง ก็ไม่ควรแสดงความเห็นแบบนี้ ทำให้พวกเราไม่กล้าส่งเสียงเรียกร้อง
ผู้สื่อข่าวถามต่อ มีสัญญาณว่าจะมีการสังเวยสมาชิกวุฒิสภา (สว.) บางคน แต่ไม่ไปถึงระดับตัวการใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหรือรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตอนนี้ก็ให้กำลังใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเต็มที่ เพราะหลักฐานที่เปิดมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ควรเชื่อได้ว่ามีการโกงเลือก สว. เกิดขึ้นจริง และกฎหมายก็ให้อำนาจ กกต. ว่าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อ ก็ต้องส่งเรื่องให้ศาล ซึ่ง กกต. ไม่ได้มีอำนาจชี้ถูกชี้ผิดจนสิ้นข้อสงสัย หาก กกต. ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง คนได้รับผลกระทบที่ตามมาอาจเป็นกกต.เอง เราจับตาดูเรื่องนี้อยู่ หากเกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบ คงมีคนเตรียมยื่นเรื่องดำเนินคดีกับ กกต. แต่ย้ำว่ารอดูความชัดเจนในวันที่ 28 สิงหาคมนี้
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายณัฐพงษ์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดการอภิปรายในการพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) โดยช่วงหนึ่งทวงถามแผนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานที่ชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี ว่า สำหรับเงิน 200,000 ล้านบาทหลัง ที่รัฐบาลอ้างเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน พรรคประชาชนมองว่าไม่จำเป็นต้องใช้การกู้เงินเสมอไป ยังมีแหล่งเงินทุนจากเอกชนและรัฐวิสาหกิจ เช่น 3 การไฟฟ้าฯ กองทุนต่างๆ ซึ่งพรรคประชาชนเคยมีแผนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานที่ชัดเจน แบ่งเป็น 3 เฟส เฟสละ 4 ปี รวม 12 ปี ลงทุนรวมกัน 4 แสนล้านบาท เงินส่วนมากหรืออาจจะทั้งหมดรัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้เองสักบาท
จึงตั้งคำถามถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากแผนไม่ชัดเจน ไม่สามารถตอบได้ ตนก็ไม่สามารถอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทได้ เราไม่อยากเห็นรัฐบาลหาข้ออ้างใช้อำนาจพิเศษตรา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หาเรื่องใช้เงิน ยัดไส้ ใช้เงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน แล้วค่อยหาโครงการมาทำทีหลัง แบบนี้เรียกว่าไม่มีแผน.