“ศุภโชติ” สส.พรรคประชาชน ชี้เป้าหลายโครงการรัฐบาลไม่ตรงปก กังวลผันเงิน 200,000 ล้าน พ.ร.ก.กู้เงิน ไปสู่กระบวนการทุจริตคอร์รัปชัน


วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 กล่าวว่า สำหรับโครงการที่ไม่ตรงปก เช่น โครงการสินเชื่อนโยบายติดตั้งโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน ที่นายเอกนิติ นิติฑัณประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยพูดเอาไว้ 

แต่จากการประชุม กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ล่าสุดเราได้เชิญหน่วยงาน เช่น การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเข้ามาชี้แจง โดยทั้งสองการไฟฟ้าชี้แจงตรงกันว่า 1 ล้านเรือนนั้น เป็นตัวเลขที่เป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน รวมถึงเงินอุดหนุนที่มีตามหน้าข่าวมีการปรากฏว่า จะมีการสนับสนุนเงิน 50,000 บาทต่อราย ซึ่งก็ยังเป็นตัวเลขที่ไม่นิ่ง และอาจจะมีการลดลงไปเหลือ 30,000 บาทต่อราย ขณะที่แพ็กเกจพ่วง อย่างการผ่อนผ่านบิลค่าไฟที่ รมว.คลัง การไฟฟ้าฯ ก็ชี้แจงเช่นเดียวกันว่าไม่สามารถทำได้ภายใต้กรอบกฎเกณฑ์ในปัจจุบันเพราะการไฟฟ้าไม่สามารถนำเงินไปจ่ายกับธนาคารได้โดยตรง 

ส่วนโครงการกระทรวงคมนาคม ที่ตั้งงบฯ ว่าจะมีการเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นรถอีวี (EV) ถึง 4,000 ล้านบาท ตอนแรก นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ตั้งเป้าเปลี่ยนรถสาธารณะ 80,000 คัน ครอบคลุมรถ 7 ประเภท แต่ต่อมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม บอกว่ากำลังอัปเดตและหารือกับกระทรวงการคลังอยู่ ล่าสุดมีชี้แจง กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ ตอนนี้กรมการขนส่งทางบก ได้มีการเน้นย้ำว่ารถ 7 ประเภท อาจจะเหลือแค่แท็กซี่เท่านั้น 

นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามหน้าข่าว มีการจัดทำคำของบก้อนนี้ไปประมาณกว่า 60,000 ล้านบาท เช่น กรมชลประทาน ที่เสนอแผนงานว่าจะพัฒนาโครงการแหล่งน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตทางด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ โดยมีการตั้งของบฯไว้ 20,000 ล้านบาท แต่เมื่อมีการสอบถามในห้อง กมธ. ก็พบว่าไม่มีรายละเอียด โดยจะเป็นซื้อปั๊มน้ำและติดตั้งโซลาร์เซลล์เท่านั้น เรากังวลว่ามีการทุจริตผ่านการจัดซื้อจัดจ้างในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ไม่ตรงปกหรือไม่มีเนื้อ สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นและเป็นกระบวนการที่อาจจะเป็นกลไกผันเงิน 200,000 ล้านบาท นี้ไปสู่กระบวนการทุจริตคอร์รัปชัน.