รมว.วัฒนธรรม เช็กความพร้อมพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน หลัง ครม. เห็นชอบเสนอชื่อขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมโลกของ UNESCO 


วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่วัดขนอน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการเสนอ “หนังใหญ่” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในบัญชีประเภทการสงวนรักษาอันเป็นแบบอย่างที่ดี (Register of Good Safeguarding Practices) โดยมี พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และชุมชนเครือข่ายวัฒนธรรมร่วมให้การต้อนรับ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน ซึ่งเก็บรักษาตัวหนังโบราณที่ประณีตสมบูรณ์ไว้กว่า 300 ตัว ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พร้อมทั้งรับชมการสาธิตแกะสลักตัวหนัง และการแสดงหนังใหญ่ ชุด “ศึกทศกัณฐ์ ตอนยกรบ”

นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า หนังใหญ่เป็นมหรสพชั้นสูงของไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและเจริญรุ่งเรืองในสมัยอยุธยา เป็นการรวมศิลปะทรงคุณค่าหลายแขนง ทั้งจิตรกรรม งานช่างแกะสลัก นาฏศิลป์การละคร และดนตรีปี่พาทย์ ปัจจุบันในประเทศไทยมีชุมชนที่ยังคงสืบทอดการแสดงนี้เหลือเพียง 3 แห่ง ได้แก่ วัดขนอน จ.ราชบุรี, วัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี และวัดบ้านดอน จ.ระยอง ซึ่งวัดขนอนถือเป็นแบบอย่างสำคัญที่เคยได้รับรางวัลจาก ACCU (Asia Pacific Cultural Centre for UNESCO) ให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนดีเด่นของโลกในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมเชิงนามธรรมมาแล้วเมื่อปี 2550

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้สนับสนุนงบประมาณและร่วมมือกับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2569 ได้จัดสรรงบประมาณ 1.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการขับเคลื่อนหนังใหญ่สู่ UNESCO ผ่านกิจกรรมฝึกอบรมถ่ายทอดภูมิปัญญา การจัดงานเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 19 และการจัดทำสื่อสารคดีชุด “เงาแห่งศรัทธา หนังใหญ่ไทย ศิลปะโบราณที่มีชีวิต” (Shadows of Faith: The Eternal Art of Nang Yai) เพื่อเผยแพร่ความรู้และสะท้อนศรัทธาของช่างฝีมือในระดับสากล

สำหรับการขอขึ้นทะเบียนต่อ UNESCO กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอรายการ “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย” (The Community-based Revitalization of Nang Yai Tradition in Thailand: CRNT) เข้าสู่บัญชีประเภทการสงวนรักษาอันเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งนับเป็นรายการแรกของประเทศไทยที่เสนอในหมวดนี้ โดยได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา และปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของ UNESCO

“การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการให้ชุมชนเป็นกลไกหลักในการรักษาและถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม ต้องขอขอบคุณวัดขนอนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอความร่วมมือจากจังหวัดราชบุรี ส.ส. ในพื้นที่ ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน มาร่วมกันขับเคลื่อนให้หนังใหญ่เป็นมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต สร้างผู้สืบทอดรุ่นใหม่ เพื่อให้ศิลปะการแสดงหนังใหญ่อยู่คู่กับสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน” นางสาวซาบีดากล่าว