ประธาน กมธ.ทหาร วุฒิสภา มอง เหตุไฟใต้คุโชน เกิดซ้ำช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณ ชี้ การข่าวต้องแก้ไขเร่งด่วน แนะคนดูแลพื้นที่ชายแดนใต้ต้องรู้จักปัญหาพื้นที่-ความต่างวัฒนธรรม ช่วยลดปมขัดแย้งได้


เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายสมบูรณ์ หนูนวล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทวีความรุนแรงในช่วงนี้ ว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ตนตั้งข้อสังเกตว่า มักจะเกิดขึ้นช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณอยู่หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ค่อนข้างจะรุนแรงเกินกว่าเหตุ คนไทยทั่วประเทศรับไม่ได้ แต่ภาพรวมคนในพื้นที่ยังคงดำรงชีวิตตามปกติ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเรื่องยุทธศาสตร์และการจัดการสถานการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้ เนื่องจากยุทธศาสตร์ไม่สมส่วนกับภาคใต้ ที่ต้องรู้ปัญหาภาคใต้เป็นลำดับแรก และต้องเป็นยุทธศาสตร์เฉพาะพื้นที่อย่างแท้จริง โดยเฉพาะบุคคลที่จะดูแลในการบริหารจัดการ ขณะที่การข่าวรอบนี้ ตนมองว่าค่อนข้างแย่ หากการข่าวไปไม่ได้ จะทำให้การตอบโต้ สกัดกั้นหรือระงับเหตุเป็นไปได้ยาก จึงต้องแก้อย่างเร่งด่วน เรามองเรื่องความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนในพื้นที่กับภาคส่วนราชการเกิดความขัดแย้งสูง โดยเฉพาะในกลุ่มทหาร ในยุทธศาสตร์นี้ต้องบริหารจัดการ โดยเฉพาะการจัดคนไปดูพื้นที่ต้องมีความชัดเจน และการข่าวเอง ถ้าการข่าวไม่ดี เราไม่สามารถจะตอบโต้ในภาวะเช่นนี้ได้เลย เพราะมีการเผาทรัพยากรในพื้นที่เป็นการท้าทายอำนาจรัฐอย่างสูง ว่าทำกันขนาดนี้ เพราะเหตุใด และคนในพื้นที่จึงไม่สามารถจัดการเหตุได้


เมื่อถามว่า ตั้งแต่เกิดเหตุไฟใต้จนถึงปัจจุบัน รัฐทุ่มเงินงบประมาณไปกับพื้นที่ มากกว่า 3 แสนกว่าล้านบาท เปรียบการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำหรือไม่ เพราะไม่สามารถป้องปรามเหตุรุนแรงและสูญเสียได้ นายสมบูรณ์ กล่าวว่า จะมองเช่นนั้นก็ได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคืองบประมาณ แม้ว่างบประมาณจะโดนตัดทุกปี แต่เหตุที่เกิดขึ้นเป็นความสะท้อนใจของภาครัฐอยู่แล้ว โดยเฉพาะในส่วนของวุฒิสภาที่ดูแลการบริหารราชการแผ่นดินก็จะพยายามมองเรื่องนี้ จากนี้ไป กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ตั้งคณะทำงานเพื่อดูเรื่องนี้ จะลงไปตรวจสอบว่าเกิดเหตุอะไร และคุ้มค่างบประมาณหรือไม่


ส่วนการจะหาข้อยุติได้ในรัฐบาลนี้หรือไม่นั้น นายสมบูรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้พูดยาก การทำอะไรก็แล้วแต่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสมือนเป็นเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งคิดว่าดี อีกด้านหนึ่งก็ไม่ดี อยู่ที่คนจะมอง สิ่งสำคัญที่สุดคืออนาคตข้างหน้า ยังมองไม่ออกว่าจะแก้ไขอย่างไร แต่ภาพรวมในอนาคตคือความเจริญของประเทศ เชื่อว่าโอกาสที่จะเบาบางลงจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ขอฝากถึงผู้ที่จะลงไปดูแลคนภาคใต้จริงๆในทุกหน่วยงานว่า ต้องรู้ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณีของคนในพื้นที่ เพราะความขัดแย้งเบื้องต้น คือ การที่คนเข้าไปทำงานไม่รู้ขนบธรรมเนียมประเพณี จึงทำให้ข้อขัดแย้งเกิดขึ้น