“ภูมิวิศาล” เลขาฯ ป.ป.ท. เข้าพบ “ภราดร” หารือไทยเดินหน้าเข้าเป็นสมาชิก OECD เตรียมถก ก.พาณิชย์ เร็วๆ นี้ อยากเห็นทุกฝ่ายร่วมใจกวาดฝุ่นใต้พรม สร้างความโปร่งใส ทำนักลงทุน-นักธุรกิจอยากมา


เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเข้าพบ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นการหารือการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิก OECD เหมือนเป็นแว่นขยาย อะไรที่เล็กๆ มองไม่ชัด แต่ถ้าเกิดว่าเรามีแว่นขยายก็จะทำให้เห็นทุกอย่างชัดขึ้น ก็จะทำให้นักลงทุนอยากที่จะเข้ามาลงทุน 

ดังนั้น OECD เหมือนกับเป็นแว่นขยายให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ จะทำให้เห็นว่าประเทศไทยเราน่าลงทุน ขั้นตอนอนุมัติอนุญาตซึ่งเดิมมีขั้นตอนเยอะ วันนี้เราก็ยุบมาเหลือน้อยลง หรือเมื่อก่อนอาจจะมีช่องโหว่ช่องว่างที่ไปเรียกรับผลประโยชน์ได้ วันนี้เราก็สามารถอุดช่องโหว่ได้ คิดว่าเร็วๆ วันนี้ถ้าคุยกับกระทรวงพาณิชย์แล้วจะขยับขับเคลื่อนและออกมาให้ผลเป็นรูปธรรม ภายใน 1-2 เดือนนี้ก็จะเห็นหน้าเห็นหลังแล้ว

ทางด้านคำถามว่า OECD ให้ความสำคัญเรื่องของการอนุญาต การอนุมัติ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า จริงๆ แล้ว OECD ให้ความสำคัญกับเรื่องโปร่งใส เมื่อถามอีกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับบ้านเราขณะนี้เป็นอุปสรรคในการที่เราจะเข้าเป็นสมาชิก OECD หรือไม่ หรือการที่เราพยายามแก้ปัญหาจะกลายเป็นโอกาสที่ดีทำให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้มากขึ้น เลขาธิการ ป.ป.ท. ระบุ ส่วนตัวมองว่าเป็นโอกาส เพราะอย่าลืมว่าถ้าเราไม่พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เราก็จะไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เลย ถามว่าถ้าเราไม่เปิดพรมขึ้นมา เราก็จะไม่เห็นฝุ่นใต้พรม วันนี้รัฐบาลเปิดพรมแล้ว เห็นฝุ่นใต้พรมแล้ว เราก็ต้องทำความสะอาดฝุ่นใต้พรม เมื่อทำความสะอาดแล้วพรมปิดลงไปก็สะอาดเหมือนเดิม 

นายภูมิวิศาล ยังกล่าวด้วยว่า วันนี้ทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหา อย่ามองว่าเป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่ง ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันลองทำดู ยกขึ้นมาหนึ่งกระบวนการ และเป็นเหมือน ISO กำหนดมาตรฐาน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เข้ามาเป็นตัวชี้วัด วันนี้ลองทำดูแล้ว สุดท้ายถ้าเราไปถามนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ นักลงทุน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เขาก็จะบอกว่าใช่ จริงๆ ด้วย ในอดีตอาจจะมี 15 กระบวนงาน แต่รัฐบาลนี้เข้ามายุบเหลือแค่ 4 กระบวนงาน ซึ่งมันก็สำเร็จได้ 

เพราะฉะนั้น ตรงนี้มันก็ตอบโจทย์ที่บอกว่า OECD เหมือนแว่นขยาย พอขยายขึ้นทำให้เห็นชัดขึ้น พอทุกคนเห็นชัดขึ้นก็จะร้องอ๋อ ว่ามันเป็นอย่างนี้นี่เอง มันทำให้มีความโปร่งใส เรื่องของจริยธรรมเข้ามา ก็จะทำให้ประเทศเราเป็นประเทศที่ภาพรวมสวยงาม การลงทุนของนักธุรกิจก็อยากจะมาลงทุน ซึ่งตรงนี้ถือเป็นภารกิจหลักที่ ป.ป.ท. รับนโยบายรัฐบาล