“ณัฐวุฒิ” ทวงสัญญา “โสภณ” เพิ่มวันประชุมสภาฯ พิจารณากฎหมายประชาชน-สส. ที่ค้างอีกกว่า 25 ฉบับ ย้ำเป็นมติที่เคยรับปากไว้ อย่าโยนให้วิปคุยกัน


วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงความพร้อมในการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยยืนยันว่า ฝ่ายค้านได้มีการหารือกันมาตลอดช่วงปิดสมัยประชุม และมีความพร้อมอย่างยิ่งในการทำหน้าที่ ทั้งการพิจารณาร่างกฎหมาย ญัตติ รายงานต่างๆ รวมถึงการเตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ในวาระ 2 และ 3 ตลอดจนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นในสมัยประชุมนี้อย่างแน่นอน


อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบระเบียบวาระการประชุมพบว่า มีร่างกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชนและ สส. ค้างการพิจารณาเป็นจำนวนมาก ตนจึงขอทวงสัญญาที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เคยรับปากไว้เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ในการประชุมร่วมกับตัวแทนทุกพรรคการเมืองว่าจะแยกวันพิจารณาร่างกฎหมายออกมาต่างหาก 1 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของประธานสภาฯ ที่ควรดำเนินการ จึงขอเรียกร้องว่าเมื่อพูดแล้วต้องทำ และไม่ควรโบ้ยภาระให้วิป 2 ฝ่ายไปตกลงกันเอง


“กฎหมายที่ค้างอยู่หลายฉบับ บางฉบับค้างมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว เช่น ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวฯ ซึ่งเกือบจะได้พิจารณาในวันก่อนปิดสมัยประชุมเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับเลือกไม่ประสานให้ผู้ชี้แจงเดินทางมา และปิดการประชุมตั้งแต่ยังไม่เย็นด้วยซ้ำ รวมถึงร่างกฎหมายของภาคประชาชนอื่นๆ เช่น ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล, ร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ และร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ซึ่งล้วนเป็นเรื่องสำคัญ อยู่ในลำดับต้นๆ ของเรื่องค้างพิจารณา และทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะรับหลักการเพื่อตั้งกรรมาธิการพิจารณาช่วงปิดสมัยประชุม แต่สุดท้ายกลับต้องเสียโอกาสนั้นไป และต้องรอออกไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าจะได้พิจารณาเมื่อใด” 


นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จากการตรวจสอบระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 พบว่าในวาระเรื่องค้างพิจารณา มีร่างกฎหมายของภาคประชาชนและ สส. ค้างอยู่ 7 ฉบับ และในวาระเรื่องที่เสนอใหม่ มีร่างกฎหมายรอบรรจุวาระอีกกว่า 18 ฉบับ ซึ่งมีหลายฉบับที่สำคัญต่อประชาชน เช่น ร่างกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันว่าการประชุมในวันดังกล่าวจะพิจารณาร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทเป็นเรื่องแรก จึงทำให้ยังไม่สามารถพิจารณาร่างกฎหมายอื่นๆ ที่ค้างอยู่ได้


“เวลาจัดวาระการประชุม สภาฯ มักจะพิจารณาเรื่องด่วนและเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเป็นลำดับแรก เช่น ร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงฯ หรือร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ทำให้โอกาสที่จะพิจารณาถึงร่างกฎหมายของภาคประชาชนหรือของ สส. เป็นไปได้ยาก ทั้งที่กฎหมายของภาคประชาชนกว่าจะรวบรวมได้ 10,000 รายชื่อ ไม่ใช่เรื่องง่าย ตนจึงขอเป็นจิตอาสาทวงความทรงจำของนายโสภณ ในฐานะประธานสภาฯ ตามมติที่เคยตกลงไว้เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ว่าหากมีกฎหมายค้างพิจารณาจำนวนมาก ให้เพิ่มวันประชุมทุกวันศุกร์สัปดาห์เว้นสัปดาห์ อย่าให้ต้องมาทวงสัญญาสโลแกน พูดแล้วทำ เพราะหากถึงวันที่พรรคฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ท่านอาจจะ ไม่มีโอกาสได้ทำ และผู้ที่เสียประโยชน์ที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนที่ยังต้องรอคอยกฎหมายไปแก้ไขปัญหาชีวิต นี่คือเรื่องสำคัญที่ สส.ในฐานะตัวแทนประชาชนและฝ่ายนิติบัญญัติพึงตระหนักอย่างยิ่ง”