กระทรวงเกษตรปรับหลักเกณฑ์ใหม่ในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน สูงสุด 30 ไร่ต่อครัวเรือน
วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 โดยยกเลิกหลักเกณฑ์เดิมปี 2564 และมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติทั่วประเทศ
สำหรับหลักเกณฑ์ใหม่นี้ได้ปรับเพิ่มอัตราเงินช่วยเหลือรายไร่ (สูงสุดไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่) ในกรณีเสียหายสิ้นเชิง ดังนี้ นาข้าวปรับเพิ่มจากเดิม 1,340 บาท/ไร่ เป็น 2,340 บาท/ไร่ พืชไร่และพืชผักปรับเพิ่มจากเดิม 1,980 บาท/ไร่ เป็น 3,480 บาท/ไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ปรับเพิ่มจากเดิม 4,048 บาท/ไร่ เป็น 6,800 บาท/ไร่
นอกจากนี้ ยังเพิ่มการช่วยเหลือกรณีไม้ผล/ไม้ยืนต้นที่ชะงักการเจริญเติบโตแต่ยังฟื้นฟูได้ ในอัตรา 3,600 บาท/ไร่ รวมถึงปรับเพิ่มค่าขุดลอกดิน โคลน และซากวัสดุทับถมที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ (กรณีหน่วยงานรัฐเข้าไม่ถึง ไม่เกิน 5 ไร่) จากเดิมไม่เกิน 7,000 บาท/ไร่ เพิ่มเป็น 16,000 บาท/ไร่
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้เป็นการสะท้อนต้นทุนการผลิตจริงในปัจจุบัน โดยเกษตรกรที่จะได้รับสิทธิ์ต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ก่อนเกิดภัยพิบัติ และพื้นที่ดังกล่าวต้องได้รับการประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้เมื่อเกิดภัยพิบัติ เกษตรกรสามารถยื่นแบบ กษ 01 ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสำรวจ ทำประชาคม และรับการโอนเงินตรงเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ต่อไป