“อภิสิทธิ์” ยาหอม รมต. ลงพื้นที่เร็วรับมืออุทกภัยน้ำท่วมน่าน เผย พรรคประชาธิปัตย์ นัดยื่นเรื่อง ป.ป.ช. 24 ส.ค. จี้ ออกมาตรการกันพยานคดีทุจริตโกงสอบท้องถิ่น ย้ำพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นซักฟอกแน่
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน ว่า สมาชิกและกลไกของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชน โดยมีการรายงานสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา พร้อมแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบ และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
จากการติดตามสถานการณ์ก็ต้องชมเชยบรรดารัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว ช่วยสร้างความมั่นใจและขวัญกำลังใจให้คนในพื้นที่ และมองว่าการทำงานครั้งนี้ค่อนข้างมีเอกภาพอย่างมาก อยากให้สิ่งเหล่านี้ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีกระบวนการฟื้นฟู รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยพิบัติที่อื่น ที่จะสามารถใช้สถานการณ์นี้เป็นบทเรียน และเป็นรูปแบบที่นำไปใช้ประโยชน์ในครั้งต่อไปได้
ต่อมา นายอภิสิทธิ์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น เพราะทำขบวนการใหญ่ มีผู้บงการเป็นผู้ที่มีอำนาจ และมีเครือข่ายกว้างขวาง เรากังวลว่าจะสามารถสาวถึงผู้บงการตัวจริงได้หรือไม่ หรือตัดตอนไม่ให้กระทบผู้มีอำนาจหรือไม่ เพราะคนที่ทำความผิดในฐานะเป็นผู้จ่ายเงินเพื่อสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น เป็นผู้มีข้อมูลสำคัญว่า นายหน้า คนติดต่อแต่ละส่วนเป็นใคร เขาอยากให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อสาวถึงตัวการใหญ่ แต่เขามีความกังวลว่าเขาเองจะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่
พรรคเห็นว่ากฎหมายของ ป.ป.ช. มาตรา 135 ระบุสามารถกันบุคคลเหล่านี้ไว้เป็นพยานได้ กรณีที่ทำผิด แต่ไม่ใช่ตัวการสำคัญ ถ้าให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในคดีเพื่อสาวถึงตัวการสำคัญ ป.ป.ช. สามารถกันไว้เป็นพยานได้โดยไม่ดำเนินคดีพร้อมมีมาตรการคุ้มครองพยาน วันนี้เขายังไม่มีความมั่นใจ เพราะยังเป็นดุลพินิจของ ป.ป.ช. ว่าจะให้กันเป็นพยานหรือไม่ หรือในกรณีที่ต้องไปดำเนินการในส่วนของตำรวจ ก็ไม่มีกฎหมายชัดเจนกรณีการกันคนไว้เป็นพยาน
ดังนั้นในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะไปยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อขอให้มีนโยบายและประกาศออกมาให้ชัดเจนว่า จะมีมาตรการกันพยานอย่างไร และพรรคพร้อมเป็นผู้ประสานงานในการนำเอาคนเหล่านี้มาให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. เพราะเรื่องนี้ทำลายขวัญ กำลังใจ และคุณธรรมในระบบราชการและการปกครองส่วนท้องถิ่น
เมื่อถามว่าตัวพยานมีมากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้ แต่มีทั้งที่ติดต่อมาโดยตรง มีจำนวนหนึ่ง ซึ่ง ป.ป.ช. ควรเร่งกำหนดความชัดเจน โดยพิจารณาให้สิทธิแก่กลุ่มบุคคลที่เข้าให้ข้อมูลเป็นกลุ่มแรกๆ ก่อน ส่วนข้อมูลของพยานที่กันไว้นี้จะไปถึงบุคคลระดับรัฐมนตรีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ต้องอยู่ที่ ป.ป.ช. ว่าจะสร้างความมั่นใจตรงนี้ได้อย่างไร เว้นเสียแต่ว่า ป.ป.ช. บอกว่ามีความพร้อมอยู่แล้ว ทำได้อยู่แล้ว ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เราก็เห็นว่าในฐานะที่เป็นพรรคการเมือง มีหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องนี้ เราก็อยากที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยให้เรื่องนี้ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้มากสามารถสาวไปถึงคนที่อยู่ระดับสูงกว่าแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า “วันนี้ไม่ได้พาดพิงใคร จริงๆ เราดูง่ายมาก ต้องนึกภาพว่าขนาดและจำนวนบุคคล และพื้นที่ที่เรื่องนี้เกิดขึ้น มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเรื่องของคนระดับเล็กๆ แม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงในระบบราชการ ตนก็ไม่เชื่อว่าเขาจะกล้าหรือมีศักยภาพในการทำสิ่งเหล่านี้
ย้ำพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นเปิดซักฟอกรัฐบาลแน่ แม้ล้มไม่ได้แต่ก็ช้ำใน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมทำงานหลังเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นกฎหมายสำคัญเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมัน และเร่งรัดร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ, กฎหมายประกันสังคม และกฎหมายเกี่ยวข้องกับท้องถิ่น
ส่วนวันที่ 26 สิงหาคม จะอภิปรายเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่จะชี้ให้เห็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ใช้เงินกู้ก้อนใหญ่นี้ และทำให้หนี้สาธารณะเกือบชนเพดานแล้ว กำลังมาถึงทางตันในแง่ที่ว่า เงินที่จะนำมาช่วยเหลือประชาชนเหลือแค่งวดเดียว คือต้นเดือนกันยายนนี้ แต่ปัญหาข้าวของแพง ราคาพลังงาน ซึ่งรัฐบาลเคยรับปากเกี่ยวกับการรื้อโครงสร้างต่างๆ แต่เอาเข้าจริงๆ รัฐบาลยังไม่ได้เอาจริงเท่าที่สามารถทำได้
หากใช้แนวทางที่เราเคยเสนอตั้งแต่ต้น ยึดมาตรการลดต้นทุนเป็นหลัก เราจะไม่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เราจะชี้ให้เห็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่พบว่า พยานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทุกคน เห็นไปในแนวทางเดียวกันกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคฝ่ายค้าน ว่าสิ่งที่รัฐบาลทำ ไม่น่าเข้าเงื่อนไขตอบโจทย์ความมั่นคงทางเศรฐกิจ ขณะวันที่ 27 สิงหาคม เราจะมีการตั้งกระทู้ถาม หรืออาจจะร่วมกับฝ่ายค้านในการเสนอญัตติการแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้
จากนั้นในวันที่ 28-29 สิงหาคม เราจะประชุมร่วมกับพรรคฝ่ายค้านใน 3 เรื่องใหญ่ คือ การฮั้ว สว. เพื่อชี้ให้เห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่ส่งเรื่องนี้ให้ศาลฎีกา ก่อนที่ กกต. จะมีการวินิจฉัยเรื่องนี้ในช่วงปลายเดือนนี้ รวมถึงเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะชี้ให้เห็นว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แนวคิดของพรรคการเมืองยังมีความแตกต่างหลากหลาย ขณะที่มีเรื่องเร่งด่วนจำเป็นต้องแก้ไขไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการได้มาของสว. ซึ่งเห็นว่าไม่ควรมีการได้มาเหมือนครั้งที่ผ่านมาอีกต่อไป และเรื่องอำนาจของประธานสภาฯ ในการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาตั้งกรรมการไต่สวนอิสระ กรณี ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ซึ่งเรื่องนี้จะเรียกร้องให้ประธานสภาอย่างน้อยสุด ต้องเปิดเผยชื่อกรรมการกลั่นกรอง รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อไหร่
สำหรับเรื่องการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะมีการหารือร่วมกันของแกนนำพรรคฝ่ายค้านช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ว่าเราจะวางแนวทางและตารางเวลาอย่างไร เพราะหลังสภาฯ เปิดจะมีการอภิปรายทั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน และจากนั้นไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะเป็นการอภิปรายงบประมาณปี 2570 ในวาระ 2 และวาระ 3
เมื่อถามว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จับเรื่องไหนไว้เป็นพิเศษ นายอภิสิทธิ์ เผยว่า สส.หลายคนทำข้อมูลอยู่ แต่ต้องไปหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามย้ำ พรรคประชาชน (ปชน.) ปูทางจับเรื่องการฮั้ว สว. และการทุจริต พรรคประชาธิปัตย์จะเน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เรื่องตรวจสอบเป็นหน้าที่ของทุกคน ซึ่งเรื่องฮั้ว สว. ตนพูดไว้ตั้งแต่วันเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วว่ามีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. ซึ่งข้อเท็จจริงที่พรรคประชาชนทยอยเปิดออกมาโดยลำดับ กับข้อมูลที่เรามีอยู่ก็สอดคล้องกันหมด ภารกิจเบื้องต้นขณะนี้คือเราต้องการที่จะให้ กกต. ส่งเรื่องนี้ไปสู่ศาล ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบ หรือการทำหน้าที่ของ กกต.สามารถทำให้เราได้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้มากที่สุด
“ถ้าเรานึกภาพว่าในอดีต กกต. เคยส่งกรณีที่ผู้สมัคร สว. 2 คน คุยไลน์กันแล้วแลกเปลี่ยนคะแนนกัน ไปให้ศาลพิจารณาซึ่งศาลก็ตัดสินว่าผิด ดังนั้น ถามว่าสิ่งที่พวกเราเห็นข้อเท็จจริงเปิดเผยมาในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุผลอะไรที่ กกต. จะไม่ส่งเรื่องนี้ให้กับศาล คำพิพากษาศาลจบไปแล้วในกรณี”
ทางด้านผลสำรวจนิด้าโพล ชี้ว่ารัฐบาลนี้อาจจะอยู่ไม่นานเพราะปัญหาที่รุมเร้านั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบว่า บางโพลก็บอกรอด แต่อาจจะบอบช้ำหน่อย ซึ่งเรื่องสำคัญคือเรามีหน้าที่ตรวจสอบ และเราเห็นความล้มเหลวในการบริหาร การทุจริตคอร์รัปชัน ก็เป็นสิ่งที่สาธารณชนมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ อาจจะไม่สามารถส่งผลในแง่ของคะแนนเสียงในสภาฯ แต่มันเป็นหน้าที่สำคัญของเรา ที่จะเป็นตัวช่วยให้สังคมกดดันให้รัฐบาลปรับปรุงการทำงาน ซึ่งเป็นไปตามที่ตนแถลงว่าเรื่องไหนที่รัฐบาลทำได้ดี ตนก็บอกว่าทำได้ดี แต่เรื่องไหนที่ทำได้ไม่ดี เราก็มีหน้าที่ทำให้เห็นมุมมอง และหวังว่ารัฐบาลอาจจะไปแก้ไขปรับปรุง เช่นกรณีโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ไม่คุ้มทุน.