“ไอติม พริษฐ์” ตอกย้ำ “วิทยา คำพวง” แอบอ้างสถาบัน ชี้ พ่อรัฐมนตรีอ้างคำสั่งเบื้องบนสกัดส้ม ร่ายยาวไม่ต้องการชี้เป้าให้ใครแจ้งความเอาผิด ม.112
วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า พฤติกรรมการอ้างว่า “ทำเพื่อข้างบน” ซึ่งปรากฏขึ้นมาให้เห็นหลายครั้ง ในหลักฐานคดีโกง สว. เป็นการแสดงความจงรักภักดีอย่างปกติทั่วไปหรือการจงใจหาประโยชน์จากความศรัทธาของผู้คน เพื่อต่อยอดผลประโยชน์ตนเองและเพื่อนำมาเป็นเกราะกำบังให้กับการทุจริตของตนเอง
1 สัปดาห์ผ่านไปหลังจากที่ตนได้นำเสนอคลิปหลักฐานเกี่ยวกับคดีโกง สว. จากโรงแรมย่านรังสิต ที่มีการพูดถึงการทำเพื่อข้างบน แม้เจ้าของเสียงในคลิป นายวิทยา คำพวง นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย จะออกมาชี้แจงว่าข้างบนในที่นี้หมายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ด้วยบริบทของบทสนทนาทั้งหมดในคลิป ผู้คนจำนวนไม่น้อยกลับตีความว่า นายวิทยา กำลังแอบอ้างเรื่องการทำเพื่อสถาบันฯ ในการดำเนินการเรื่องการโกง สว.
หากความหมายของ นายกวิทยา เป็นไปตามที่หลายคนตีความ เหตุการณ์ในคลิป ไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งเดียวที่เราได้ยินถึงพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวโดยบุคคลในขบวนการโกง สว. หากรวบรวมและวิเคราะห์จากคำบอกเล่าของพยาน และข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ เรารับทราบหรือได้รับแจ้งถึงร่องรอยของพฤติกรรมดังกล่าวในหลายกรณี เช่น
1. คลิปเหตุการณ์ที่โรงแรมเกี่ยวกับ นายวิทยา มีการพูดถึง “ข้างบน” ในคลิปถึง 2 ครั้งว่า (1) เราทำเพื่อข้างบน มันเป็นภารกิจเพื่อข้างบน เข้าใจนะฮะ (2) ปัญหาอะไรที่เขาทำอะไร มีเกม อย่าไปกลัว เพราะข้างบนท่าน [..] ไม่งั้น กกต. เขาประกาศโมฆะไปแล้ว
2. คำบอกเล่า จากพยานบุคคล เกี่ยวกับบิดาของรัฐมนตรีรายหนึ่ง และหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา 229 คน เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวหาโดยพยานหลายคนว่าเป็นหนึ่งในวิทยากรหลักที่เดินสายบรรยายและนำกิจกรรมจัดทำโพย ตามศูนย์ทำโพยหลายแห่ง 1-2 วันก่อนการเลือกระดับประเทศ พยานบุคคลหลายคน ยังให้ข้อมูลตรงกันว่า เจ้าตัวมักหยิบยกประเด็นเรื่องสถาบันฯ มาเป็นเหตุผลหรือข้ออ้างในการโน้มน้าวหรือกำชับให้ผู้สมัคร สว. ให้ความร่วมมือกับขบวนการและลงคะแนนตามโพย เช่น
(1) พยานบุคคลจากนครศรีธรรมราช เคยให้การไว้บทเวทีวิปฝ่ายค้าน (12 กรกฎาคม 2569) ว่า ณ ศูนย์ทำโพยที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี บิดาของรัฐมนตรี อ้างว่ามีคำสั่งจากเบื้องบนให้เครือข่ายสีน้ำเงินทำทุกทางให้สกัดสีส้มให้ได้ (2) พยานบุคคลจากภูเก็ต เคยให้การไว้บทเวทีวิปฝ่ายค้าน ว่า ณ ศูนย์ทำโพยที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี บิดาของรัฐมนตรีได้สั่งให้ผู้สมัครทุกคนใส่เสื้อเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์ในวันเลือกเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี ซึ่งพยานเล่าว่าตนได้ลุกขึ้นคัดค้านว่าไม่สมควรดึงสถาบันฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการเลือก สว.
3. คลิปการนิยาม “สว. สีน้ำเงิน” โดย นายศุภชัย โพธิ์สุ หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ในการจัดงานแสดงความยินดีกับ สว. ที่ได้รับเลือก นายศุภชัย ได้ประกาศต่อหน้าผู้เข้าร่วมอย่างไม่อายใคร ว่า สว. 3 คน จากจังหวัดนครพนม เป็น สว.สายสีน้ำเงิน หรือสังกัดสายสีน้ำเงิน โดยให้นิยามว่าเป็นเพราะ สีน้ำเงินเป็นสีของสถาบันและ สว.ดังกล่าวเป็นคนจงรักภักดีต่อสถาบันฯ ซึ่งสังคมบางส่วนคงอดคิดไม่ได้ว่าการแสดงความเคารพและความจงรักภักดีต่อสถาบันของกลุ่มบุคคลนี้ ในจังหวะเวลาดังกล่าวอาจเป็นเพียงข้ออ้าง หรือกลยุทธ์ในการจงใจหาประโยชน์จากความศรัทธาของผู้คน เพื่อนำมาต่อยอดผลประโยชน์ตนเอง และเพื่อนำมาเป็นเกราะกำบังให้กับพฤติกรรมที่น่ารังเกียจของตนเอง
“ในมุมมองผม ผลลัพธ์ที่เราอยากเห็น คงไม่ใช่การที่สังคมรุมเข้าไปแจ้งความเอาผิดผู้ที่มีพฤติกรรมแอบอ้างสถาบัน ด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะผมเห็นว่าในเชิงหลักการ การที่กฎหมายเปิดช่องให้ใครสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษใครก็ได้ อาจนำไปสู่การกลั่นแกล้งกันทางการเมืองได้ ซึ่งอาจไม่ส่งผลดีในระยะยาวต่อการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
ในช่วงท้าย นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าว (หากมีอยู่จริง) นับเป็นอีกหนึ่งในหลายพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของขบวนการโกง สว. ซึ่งเมื่อประกอบกันแล้ว ควรจะเป็นหลักฐานเพียงพอต่อการให้ กกต. สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดในขบวนการ ไปที่ศาลในโทษฐานการทุจริตการเลือก สว.