“โฆษก ปชป.” ตั้งคำถามรัฐบาล ปมตั้งปลัดพลังงานข้ามห้วย หวั่นฝ่ายการเมืองเน้น “คนรู้ใจ” มากกว่าความเชี่ยวชาญ  แนะจับตา 5 วาระใหญ่ พร้อมท้าพิสูจน์ผลงานผ่าน 4 โจทย์แก้ปัญหาปากท้องประชาชน


วันที่ 22 ส.ค.2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แสดงทัศนะถึงกรณีการแต่งตั้ง นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม เนื่องจากตลอดเส้นทางรับราชการเติบโตมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่มีประสบการณ์สายตรงด้านการบริหารนโยบายพลังงาน


นายพงศกร ระบุว่า การแต่งตั้งในลักษณะนี้ทำให้สังคมเกิดข้อกังขาว่า เหตุใดตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของข้าราชการประจำในกระทรวงที่มีความซับซ้อนเชิงเทคนิคสูง และมีผลต่ออนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและคลุกคลีในแวดวงพลังงานโดยตรงขึ้นมาทำหน้าที่ การคัดสรรครั้งนี้ให้น้ำหนักกับ “ความใกล้ชิดทางการเมือง” หรือความต้องการ “คนรู้ใจ” มากกว่าศักยภาพความรู้เฉพาะทางหรือไม่ แม้ปฏิเสธไม่ได้ว่าปลัดกระทรวงฯ คนใหม่มีความเชี่ยวชาญในภาคการเกษตรอย่างลึกซึ้ง แต่ภารกิจของกระทรวงพลังงานมีความละเอียดอ่อนและเชื่อมโยงกับความมั่นคงระดับชาติ ทั้งเรื่องน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ปลัดกระทรวงจึงจำเป็นต้องเป็นผู้ที่มองเห็นภาพรวมเชิงโครงสร้างอย่างถ่องแท้ เพื่อสามารถให้ข้อเสนอแนะที่ถูกต้องและแม่นยำแก่ฝ่ายการเมืองได้ทันท่วงที ท่ามกลาง 5 วาระสำคัญของประเทศในระยะ 2–5 ปีข้างหน้า ได้แก่

- การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ให้สอดรับกับความต้องการจริง

 - การเปิดเสรีระเบียบ Direct PPA และ TPA เพื่อส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดไฟฟ้า

 - การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน รองรับการเติบโตของ Data Center และศูนย์กลาง AI

 - การบริหารจัดการความมั่นคงด้านก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในระยะยาว

 - การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) อย่างยั่งยืน


นายพงศกร ยังชี้ให้เห็นในอีกมุมหนึ่งด้วยว่า ปรากฏการณ์การโยกย้ายข้าราชการต่างกระทรวงเข้ามาคุมบังเหียนกระทรวงพลังงานอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ข้าราชการในกระทรวงพลังงานต้องทบทวนบทบาทของตนเองเช่นกันว่า ที่ผ่านมาได้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มกำลังแล้วหรือไม่ หรือได้สร้างเงื่อนไขจนฝ่ายการเมืองขาดความไว้วางใจ จนต้องดึงบุคคลภายนอกเข้ามากำกับดูแลกระทรวงยุทธศาสตร์สำคัญแห่งนี้ เพราะในท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ควรออกมาชี้แจงเกณฑ์การประเมินความเหมาะสมและความพร้อมให้สังคมสิ้นสงสัย แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ประชาชนรอคอยคือ “ผลงานและความจริงใจ” เพื่อการแก้ปัญหา 4 มิติหลัก คือ

 - การจัดทำโครงสร้างราคาน้ำมันที่เป็นธรรม

 - การคำนวณราคาก๊าซธรรมชาตินำเข้าที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

 - การขับเคลื่อนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม