รัฐบาลหนุน “ห้องเรียนใจดี” ดูแลจิตใจนักเรียนเชิงรุก ลดการบูลลี่ สร้างโรงเรียนปลอดภัยทั้งกายและใจ


วันที่ 22 ส.ค.2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อสร้าง “ห้องเรียนใจดี” ให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งกายและใจสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา


แนวทางดังกล่าวสอดรับกับการยกระดับครูแนะแนวและครูที่ปรึกษาให้เป็นด่านหน้าในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน โดยต้องฟังเป็น สังเกตได้ และช่วยเบื้องต้นเป็น พร้อมเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพจิตเมื่อพบกรณีที่ต้องได้รับการดูแลเฉพาะทาง นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างโรงเรียนปลอดภัยและห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ที่สามารถดูแลทั้งผู้เรียนและผู้สอนให้พร้อมทางกายและใจอย่างยั่งยืน


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลได้กำหนดแนวทางสำคัญในการสร้าง “ห้องเรียนใจดี” 4 ข้อ ได้แก่ การดูแลสุขภาพจิตนักเรียน ซึ่งเป็นภารกิจร่วมกันของทุกฝ่าย , การสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นระบบ , การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางใจ และการส่งเสริมให้ครูสังเกต รับฟัง ให้คำปรึกษา และประสานส่งต่ออย่างเหมาะสม


โดยกรมสุขภาพจิตกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ผลักดันการฝึกปฐมพยาบาลทางใจ การให้คำปรึกษาเบื้องต้น และการเฝ้าระวังปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และสังคมของนักเรียน ควบคู่กับการป้องกันและจัดการปัญหาการกลั่นแกล้งรังแก หรือ Bullying ทั้งในชีวิตจริงและโลกออนไลน์ 


นอกจากนี้ ยังมีกลไกสนับสนุนการดูแลนักเรียนอย่างเป็นระบบ ด้วยการใช้ระบบ HERO OBEC Care และ Mental Health Check-in เพื่อคัดกรอง เฝ้าระวัง ช่วยเหลือ และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเปิดช่องทางให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองเข้าถึงบริการสุขภาพจิตได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านสายด่วน 1323