“สีหศักดิ์” พร้อมเดินหน้า การทูตเพื่อประชาชนในเชิงลึก คุ้มกันและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนไทยในต่างแดน ด้าน “จุลพันธ์” งัด FTA พ่วงปัญหารับแรงงานไทย รุกเจรจานิวซีแลนด์ลดสเปกภาษาอังกฤษเกษตร-เชฟ-หมอนวด เหลือแค่สื่อสารพื้นฐาน หวังขยายโควตาพุ่งเกิน 7.8 พันคนต่อปี 


วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เปิดเผยในงานกิจกรรมพบปะชุมชนคนไทยในนิวซีแลนด์ ว่า ขณะนี้สถานะของประเทศไทยในเวทีโลกปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ เช่นเดียวกับทิศทางเศรษฐกิจไทยและบทบาทในเวทีต่าง ๆ กำลังดำเนินไปในทางที่มั่นคง แม้จะยังมีความท้าทายจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่บ้าง 


ทั้งนี้ รัฐบาลสามารถเปิดความสัมพันธ์ใหม่กับประเทศเพื่อนบ้านอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายความร่วมมือทางการทูตและการค้าระหว่างภูมิภาค โดยภารกิจด้านต่างประเทศถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงควบคู่ไปกับภารกิจภายในประเทศ ซึ่งต้องอาศัยการขับเคลื่อนที่เข้มข้นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรัฐบาล


“หัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่บทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำประเทศ ถ้าผู้นำคลิกกันหลายเรื่องมันก็สำเร็จไปเกือบ 80% และทุกประเทศที่ท่านได้ไปเยือนก็สังเกตได้ว่าสามารถสร้างสิ่งนี้คือความเป็นกันเอง ความสนิทสนม ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้นำ โดยความสนิทสนมและไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้นำในการหารือที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นปัจจัยที่ทำให้การเจรจาหลายเรื่องประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย” นายสีหศักดิ์ ระบุ


นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ภารกิจหลักที่รัฐบาลจะละเลยไม่ได้ คือการดูแลคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศผ่านแนวทางการดำเนินงานที่เรียกว่า การทูตเพื่อประชาชนในเชิงลึก การทำงานในส่วนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกในเรื่องการทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารราชการเท่านั้น แต่เป็นการเข้าถึงความเป็นอยู่ของพลเมือง 


รัฐบาลมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชาวไทยในต่างแดนเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงในสังคมต่างชาติ สิ่งสำคัญ คือการส่งเสริมให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายของประเทศที่พำนักอยู่เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตและทำงาน


อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานชุมชนให้แข็งแกร่ง เพื่อให้คนไทยในต่างประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีและได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยสิ่งที่พยายามจะทำให้มากที่สุด คือการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชาวไทย ให้อยู่สุขสบาย สามารถดูแลตัวเองกันได้


ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่วว่า รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน แม้จะเป็นรัฐบาลที่ประกอบด้วยพรรคหลักเพียงสองพรรคแต่ยังคงเน้นสร้างความสามัคคีภายในเพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่างความไม่แน่นอนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา 


รัฐบาลพยายามสร้างความเข้มแข็งจากภายในเพื่อให้ประเทศสามารถต่อสู้กับภัยคุกคามภายนอก และสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคอย่างอาเซียน รวมถึงประเทศคู่ค้าหลักอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทิศทางการทำงานของรัฐบาลเปรียบเสมือนกุญแจที่เปิดประตูโอกาสให้ภาคเอกชน และประชาชนสามารถตักตวงผลประโยชน์จากการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำที่อยู่ในระดับที่ดีมากได้ทันที 


นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นโยบายด้านแรงงานของรัฐบาลมุ่งเน้นการยกระดับความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานไทยเดินทางเข้ามาทำงานในลักษณะแรงงานตามฤดูกาลในภาคการเกษตรเป็นหลักประมาณ 7,800 คนต่อปี กระทรวงแรงงานเตรียมนำประเด็นแรงงานเข้าไปเจรจาควบคู่กับการปรับปรุงหรือรีแวมพ์ข้อตกลงการค้าเสรีฉบับเดิม เพื่อเพิ่มโอกาสและ คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น 


“เราจะเอาเรื่องแรงงานไปเจรจา รวมกับการอัปเดตตัว FTA เก่า แต่ว่าจะเอาเรื่องแรงงานผนวกเข้าไปด้วย ซึ่งเราก็จะพูดถึงเรื่องของการขยายโควต้า เราพูดถึงเรื่องของการดูแลสวัสดิภาพ สวัสดิการให้กับพี่น้องแรงงาน ดูแลในเรื่องของการลดข้อจำกัด เช่นเรื่องของภาษา”


สำหรับแนวทางการเจรจาที่สำคัญ คือการเสนอปรับลดข้อจำกัดด้านทักษะภาษาอังกฤษสำหรับแรงงานบางสาขาอาชีพ อาทิ ภาคการเกษตร เชฟ และพนักงานนวด เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการจ้างงานมากขึ้น โดยจะเสนอให้ลดระดับความต้องการทางภาษาจากระดับวิชาการลงมาเป็นเพียงการสื่อสารขั้นพื้นฐาน เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการทำงานจริง และสร้างโอกาสการเข้าถึงงานที่กว้างขวาง 


“ถ้าไม่ได้เรื่องภาษามากก็จะลดระดับลงจากระดับที่เป็น academic level ให้มันลดลงอยู่ในระดับที่เป็นแค่ basic communication ได้ไหม เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยมีโอกาสมายัง นิวซีแลนด์ให้ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูแลในเรื่องสวัสดิภาพ สวัสดิการคนไทยที่อยู่ที่นี่ด้วย”