“นายกฯ อนุทิน” ปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์ พบชุมชนไทยในโอ๊คแลนด์ ชูผลงานเศรษฐกิจโต-สัมพันธ์ระหว่างประเทศปึกแผ่น โอด รปภ.กีวีเข้มจนชวดนัดวัดไทย แนะนำ “จุลพันธ์” บอกทุกพรรคก็จับมือทำงานอย่างมีเสถียรภาพ พร้อมแย้มข่าวดี “การบินไทย” เตรียมฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์


วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่โอ๊คแลนด์, นิวซีแลนด์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภารกิจวันสุดท้ายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการเดินทางเยือนประเทศนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยเมื่อช่วงเช้าเวลา 08.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นที่เร็วกว่าไทย 5 ชั่วโมง (ตรงกับ 03.50 น. ตามเวลาประเทศไทย) นายกรัฐมนตรี ได้เปิดห้อง Harbour 1 ชั้น 2 ณ โรงแรม Park Hyatt Auckland จัดเลี้ยงอาหารเช้าและพบปะพูดคุยกับตัวแทนชุมชนชาวไทยกว่า 100 คน ที่พำนักอยู่ในนครโอ๊คแลนด์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง


นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญหลายมิติ ทั้งการชี้แจงสาเหตุการเปลี่ยนสถานที่กะทันหัน โดยกล่าวว่า ขออภัยพี่น้องชาวไทยที่ต้องเปลี่ยนสถานที่นัดหมายอย่างกะทันหัน เดิมทีตั้งใจอย่างยิ่งที่จะไปไหว้พระและพบปะชุมชนชาวไทยที่วัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่คุ้นเคยและให้ความเป็นกันเองมากกว่า ได้พยายามเจรจาต่อรองกับทางการนิวซีแลนด์อย่างเต็มที่แล้ว แต่ทางการนิวซีแลนด์ไม่อนุญาตเนื่องจากการเดินทางไปวัดไม่ได้อยู่ในกำหนดการอย่างเป็นทางการ และมีความกังวลด้านมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมเล่าติดตลกว่า “ไอ้จะหลบออกไป ก็หลบออกไปลำบาก เพราะเขาเฝ้าหน้าห้องอยู่หนา 3 คน ในห้องก็มีคนเฝ้าอีกคนนึง” ทำให้ต้องตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการเชิญพี่น้องชาวไทยทุกคนมาพบกันที่โรงแรมที่พักแทน พร้อมจัดเตรียมอาหารเช้าดูแลอย่างเต็มที่


จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้แนะนำคณะผู้แทนระดับสูงและรัฐมนตรีที่ร่วมเดินทางมาปฏิบัติภารกิจ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของรัฐบาล โดยระหว่างการแนะนำตัว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงานและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายกฯ กล่าวว่า แม้จะเป็นรัฐบาลผสมร่วมกัน แต่ทุกพรรคก็จับมือทำงานอย่างมีเสถียรภาพและมีเป้าหมายเดียวกันเพื่อประเทศชาติ


จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้สรุปภาพรวมความสำเร็จของภารกิจครั้งนี้ ว่า คณะได้เริ่มเดินทางจากนครซิดนีย์ สู่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้มีโอกาสไปเยือนวัดไทยและพบปะชุมชนที่นั่น และได้เข้าพบทั้งผู้ว่าการรัฐและนายกรัฐมนตรี ภาพรวมความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยได้มีการวางกลยุทธ์และลงนามข้อตกลง (MOU) เพื่อยกระดับสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการค้า เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เทคโนโลยี และการลงทุน โดยจะมีการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) อย่างเต็มรูปแบบ


นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า มิติของความมั่นคงยืนยันว่าสถานการณ์ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวชายแดนกัมพูชา สระแก้ว ปราจีนบุรี บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี จันทบุรี ตราด ล้วนมีความสงบเรียบร้อย ไม่มีการปะทะทางทหารใดๆ สำหรับประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชานั้น รัฐบาลได้ใช้นโยบาย “โฮลไว้ก่อน” (ชะลอการเจรจาข้อพิพาท) เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและมุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ


ส่วนประเด็นความไม่สงบใน เมียนมา รัฐบาลยืนยันว่าไม่สนับสนุนให้ชนกลุ่มน้อยใช้อาวุธหรือใช้พื้นที่ชายแดนสร้างผลกระทบต่อไทย โดยไทยกำลังทำงานร่วมกับอาเซียนอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่ตามมา เช่น ปัญหายาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการบริหารจัดการพลังงานก๊าซธรรมชาติเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ


นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงมิติทางเศรษฐกิจว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นบวกอย่างชัดเจน เพื่อตอกย้ำเสถียรภาพของรัฐบาล ปัจจุบันตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เติบโตขึ้นเกือบ 100% ขณะที่การส่งออกขยายตัวถึง 20% ประกอบกับค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพ ตลาดหลักทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และความน่าเชื่อถือของประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม


ในช่วงท้าย นายกฯ ได้กล่าวยกย่องคนไทยในต่างแดนทุกคน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด เช่น เจ้าของร้านอาหารไทย หรือเชฟ ว่าทุกคนเปรียบเสมือน เอกอัครราชทูตหรือทูตวัฒนธรรม ที่ช่วยสร้างชื่อเสียง สร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดชาวต่างชาติให้สนใจประเทศไทย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนและรับฟังทุกปัญหาอย่างเต็มที่ และขอให้ทุกคนรอข่าวดีในเร็วๆ นี้เกี่ยวกับการที่สายการบินไทยมีแผนจะกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ อีกครั้ง