“หมอวรงค์” ฉะ “วันนอร์” ชงเพิ่มเงินกองทุนสวัสดิการอดีต สส.-สว. ท้าดีเบตกลางสภาฯ พ่วงทำโพลถามประชาชนทั้งประเทศ หากลำบากจริง แนะไปใช้ “บัตรคนจน” เหมือนประชาชน
วันที่ 21 ส.ค. 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กรรมาธิการ เสนอเติมเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กมธ. คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณารายงานการแปรญัตติเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ว่า ตนยืนยันจุดยืนคัดค้านเต็มที่ว่า สส. และ สว.ไม่ควรให้ประชาชนมาเลี้ยงดูตลอดชีวิต และมองว่าการรับเงินบำนาญเดือนละกว่า 20,000 บาท เป็นการเอาเปรียบประชาชนมากอยู่แล้ว
ส่วนการหยิบยกเหตุผลว่า มีอดีต สส. และ อดีต สว. บางคนลำบากจนไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล และไม่ได้มีฐานะร่ำรวยกันทุกคนนั้น หากลำบากขนาดนั้นจริงก็ควรไปใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนแทน เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ไม่ควรอ้างเอกสิทธิ์ความเป็นอดีต สส. เพื่อขอเงินภาษีไปจุนเจือตัวเอง ซึ่งหากไม่ได้ใช้เงินจากกองทุนสวัสดิการอดีตสมาชิกรัฐสภาก็ยังมีสิทธิสวัสดิการที่สูงกว่าประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว เช่น ค่ารักษาพยาบาลปีละ 10,000 บาท และสิทธิบุตรในการเรียนหนังสือ ที่ถือว่าเพียงพอและมีสิทธิมากกว่าประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า นายภราดร วิจารณ์นักการเมืองที่โจมตีกองทุนนี้ว่า เป็นการหาแสง ทั้งที่ตนก็รับเงินสวัสดิการอยู่นั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนเคยรับเงินดังกล่าวจริง แต่ปัจจุบันตนมีสำนึกและรับฟังเสียงประชาชนที่มองว่า พฤติกรรมการออกกฎหมายเพื่อยกมืออนุมัติให้นำเงินภาษีจากประชาชนมาเลี้ยงดูพวกพ้องเป็นเรื่องที่รับไม่ได้
“ผมไม่ได้หาแสง แต่ผมทำตามความต้องการของประชาชน พวกหาแสงคือพวกที่พูดเฉยๆ แต่ไม่ทำอะไร เรื่องนี้ผมขอท้าคุณภราดรมาดีเบตกันในสภาฯ ในวาระ 2 ช่วงที่มีการถ่ายทอดสดเลยดีกว่า” นพ.วรงค์ กล่าวและว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนถึงการใช้กองทุนสวัสดิการอดีตสมาชิกรัฐสภา ในการรับเงินบำนาญ ตนขอเสนอให้ถามความเห็นจากพี่น้องประชาชนเลยว่า เห็นด้วยหรือไม่ โดยเรียกร้องให้สภาฯ หรือสำนักโพลที่น่าเชื่อถือ จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศว่า เห็นด้วยหรือไม่ที่จะนำเงินภาษีไปจ่ายเป็นเงินบำนาญให้อดีต สส. และ สว. เดือนละกว่า 20,000 บาทไปจนกระทั่งเสียชีวิต เพราะนี่คือเงินภาษีประชาชน ไม่ใช่เงินของนักการเมือง ดังนั้นต้องถามเจ้าของเงินว่า เขาเห็นด้วยหรือไม่ อย่ามาแอบอ้างทำกันเองในสภาฯ ตนพร้อมที่จะดีเบตเรื่องนี้แบบเห็นหน้ากันในสภาฯ เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน