“นิรัตน์”ส่งนิติกรจังหวัดเป็นกองหนุนทางกฎหมายให้ผู้นำท้องถิ่นเร่งสอย 5,925 ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น หลังกลัวถูกฟ้อง ด้านนายก อบต. ใจชื้น บอก “มันจบแล้วครับนาย” มั่นใจพร้อมลุยเพิกถอน


เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 21 ส.ค.2569  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเตรียมทีมกฎหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ เดินหน้าเพิกถอนผู้มีรายชื่อเกี่ยวข้องในคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

โดยมีนายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม จ.ปทุมธานี ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย มายืนด้วยว่า เป็นการบริหารบัญชีสอบบรรจุข้าราชการที่ถูกต้อง ที่มีการตรวจสอบดับเบิลเช็ก 3-4 รอบ จากนั้น สถ. ขยายผลต่อจากมติ ก.กลาง ซึ่งจะมีใบผลคะแนนที่ถูกต้องและที่เคยอ้างว่าถูกแต่จริงๆ คือผิด แนบไปให้ ก.จังหวัด ประทับตราเอกสารรับ


นายนิรัตน์ กล่าวว่า เพราะฉะนั้น ถ้าจังหวัดใดยังไม่ได้ประชุม ก.จังหวัด ซึ่งรู้ชื่ออาจจะรู้ แต่จะยังไม่เห็นใบผลคะแนนอย่างแน่นอน ซึ่งการที่นายก อบต.คลองสาม ไม่เห็นก็ไม่แปลก เพราะตนโพสต์ลงโซเชียลฯ ไม่ได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนตัว แต่เมื่อได้ประชุมแล้ว ก็จะเหมือนนายก อบจ. ลำพูน วันก่อนที่พอเห็นใบคะแนนแล้วร้องอ๋อ บอกครบนี่ จบเลย


เมื่อถามว่า มีการตั้งทีมมอนิเตอร์เรื่องของการฟ้องร้องหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า อันนี้ด้วยความเป็นห่วง นายก อบจ. นายก อบต. นายกเทศมนตรีทุกเทศบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมถึงนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช. มหาดไทย เป็นห่วง บอกว่าเผื่อกรณีที่เขาถูกฟ้องจากผู้ที่เราไปเพิกถอนการบรรจุ เราจะช่วยอะไรเขาได้ จึงมีการตั้งทีมนิติกร ซึ่งมีทุกจังหวัดอยู่ในสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด ตนให้มอนิเตอร์ทุก อบจ. อบต. เทศบาลเลย หากที่ไหนถูกฟ้อง ซึ่งเขามีนักกฎหมายและนิติกรอยู่ แต่เราไม่ปล่อย แต่เราจะส่งนิติกรจากท้องถิ่นจังหวัดไปช่วยเลย ทั้งหลักฐาน ผลคะแนนสอบ และทาง สถ.จะประสานข้อมูลในเรื่องคดีกับสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการคดีปกครอง ตำรวจ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะประสานงานกันอยู่


เมื่อถามว่า รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ชุดที่มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธาน มีการเสนอให้ยุบ กสถ. นายนิรัตน์ กล่าวว่า กสถ. ไม่ใช่องค์กรอะไรถาวร เป็นโครงสร้างหนึ่งที่มีภารกิจในเรื่องของการสอบ เดี๋ยวต้องมีการปรับเปลี่ยนเรื่องตัวบุคคลอะไรไป แต่หากฝ่ายนโยบายจะให้เขียนข้อกฎหมายเกี่ยวกับ กสถ.ใหม่ จะรับไปปฏิบัติ


เมื่อถามว่า การเพิกถอนหลังจากนี้มีความกังวลว่า ผู้ที่ถูกเพิกถอนจะมีการฟ้องกลับหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า มันต้องตรงไปตรงมาตามผลคะแนน เรามีหลักฐานยืนยัน ไม่ได้แกล้งใคร ตนไม่ดูชื่อใครเลย ตามนโยบายนายกฯ ปิดชื่อถือพฤติกรรม จำเป็นต้องทำอย่างนั้นจริงๆ ถึงใครก็คนนั้น คะแนนไม่ถึงก็ถอนออก คดีจะผิดหรือไม่ผิดให้ไปฟัง ป.ป.ช. และตำรวจ


เมื่อถามว่า ในรายงานพบว่า มีการพบเส้นเงินมากกว่า 9 พันล้านบาท นายนิรัตน์ กล่าวว่า ในทางคดีอาญา เรื่องเส้นเงิน ต้องบอกว่า ตนไม่ได้ทำ ตรงนี้เป็นเรื่องของตำรวจ ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ดำเนินคดีทางอาญา จะรู้ดีกว่าตน


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิรัตน์ ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ที่มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เป็นประธาน ซึ่งมีนายวิระศักดิ์ เข้าร่วมประชุมด้วย หลังการประชุมนายนิรัตน์ และนายวิระศักดิ์ ถือโอกาสพูดคุยกัน หลังผู้บริหารท้องถิ่นหลายพื้นที่กังวลการออกคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง จากการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ปี 68 จำนวน 5,925 รายชื่อ


โดยนายวิระศักดิ์ กล่าวว่า มั่นใจว่า สถ.ได้ส่งหลักฐานมายังสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และทางท้องถิ่นทั่วประเทศจะเพิกถอนข้าราชการ และมั่นใจว่า ทุกคนจะไม่โดนฟ้องอย่างแน่นอน พร้อมกับบอกนายนิรัตน์ว่า “มันจบแล้วครับนาย” จากนั้นนายนิรัตน์ได้โอบไหล่นายวิระศักดิ์ และจับมือกัน