กมธ.งบประมาณ เบรกซื้อซอฟต์แวร์สถิติแห่งชาติ หวั่นแบกค่าลิขสิทธิ์ระยะยาว แนะ สตง. สวิตช์ใช้ Cloud แทนเซิร์ฟเวอร์
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 คณะอนุกรรมาธิการได้รายงานผลการพิจารณาต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
คณะกรรมาธิการได้ตั้งคำถามต่อคณะอนุกรรมาธิการถึงการปรับลดงบประมาณโครงการซอฟต์แวร์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมาธิการชี้แจงว่า จากการเปรียบเทียบและตรวจสอบกับราคาตลาด พบว่ายังมีข้อมูลบางส่วนไม่ชัดเจน จึงกังวลว่าอาจนำไปสู่การแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์และการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินสมควร จึงมีมติปรับลดงบประมาณดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการมีข้อกังวลว่า การตัดสินใจดังกล่าวอาจเร็วเกินไป จึงขอให้คณะอนุกรรมาธิการชี้แจงเหตุผลและรายละเอียดของการปรับลดงบประมาณ
พ.ต.ต. ธนภัทร กังรวมบุตร ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมาธิการเข้าใจถึงความจำเป็นและความสำคัญของโครงการ และได้พิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบแล้ว จึงแจ้งต่อสำนักงานสถิติแห่งชาติว่า หากซอฟต์แวร์ดังกล่าวมีอยู่จริงและสามารถนำมาใช้งานได้ ขอให้หน่วยงานนำเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อคณะอนุกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาชี้แจง สำนักงานสถิติแห่งชาติไม่สามารถนำเอกสารและข้อมูลดังกล่าวมาแสดงได้ ทำให้คณะอนุกรรมาธิการเกิดข้อสงสัยและขาดความมั่นใจว่าซอฟต์แวร์ที่เสนอของบประมาณ 80 ล้านบาทนั้น มีอยู่จริงและสามารถใช้งานได้จริงตามที่เสนอหรือไม่
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการยังตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางการจัดทำโครงการด้านดิจิทัลของหน่วยงานรัฐ โดยหลายหน่วยงานเลือกของบประมาณเพื่อพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเอง ทำให้สิทธิ์ในการใช้งานเป็นของหน่วยงานนั้น ๆ ไร้ปัญหาการจัดการระบบในระยะยาว
ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเสนอของบประมาณเพื่อจัดซื้อโปรแกรมจากหน่วยงานภายนอก ทำให้เกิดความกังวลว่า หลังจากใช้งานในปีแรกแล้ว ทางสำนักงานสถิติฯ ยังสามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะอาจมีค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์เพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งอาจสูงถึงปีละ 10–20 ล้านบาท และกลายเป็นภาระด้านงบประมาณของรัฐในระยะยาว
พ.ต.ต. ธนภัทร ยังเสนอให้ใช้แนวทางเดียวกันกับหน่วยงานรัฐอื่นที่พัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาใช้งานเอง ด้วยงบประมาณ 40 ล้านบาท ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายและภาระผูกพันในระยะยาว
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการยังได้ปรับลดงบประมาณการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย หรือ Server สำหรับการจัดเก็บและการให้บริการข้อมูลของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. วงเงิน 100 ล้านบาท โดยพ.ต.ต. ธนภัทร เสนอให้ปรับลดงบประมาณดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นการใช้งบประมาณที่สูงเกินความจำเป็น โดยปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานได้ลดการใช้ระบบ Server ลง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง และต้องใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงทำให้เกิดข้อกังวลถึงความพร้อมของ สตง ในด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ขณะที่ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐจำนวนมากหันมาใช้ระบบ Cloud ในการจัดเก็บและให้บริการข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและสามารถนำมาใช้งานได้จริง