“ศุภมาส” เปิดนิทรรศการคุ้มครองผู้บริโภค รณรงค์ป้องสิทธิของตนเอง เผย “กฎหมาย Lemon Law” ใกล้สะเด็ดน้ำ จ่อเข้าสภาฯ วาระ 2-3 หลังเปิดสมัยประชุมสภา คาดประกาศใช้ไม่เกิน 1 ปี


วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 14.30 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการศิลปะ “SPEAK UP: สะท้อนปัญหาผู้บริโภคผ่านงานศิลปะ เราต้องไม่ยอมจำนน” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สคบ. และสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตื่นรู้และกล้าออกมาปกป้องสิทธิของตนเอง

นางสาวศุภมาส กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาของผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ใกล้ชิดกับประชาชน ภาครัฐมีหน้าที่ดูแลไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบและต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่ผ่านมาพบว่าผู้บริโภคเกินกว่าครึ่งมักเลือกที่จะยอมจำนนเมื่อถูกเอาเปรียบ ด้วยเหตุผลที่มองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก หรือแม้กระทั่งรู้สึกอายที่จะออกมาเรียกร้อง

“วันนี้เราต้องการมาปลุกความรู้สึกของพี่น้องประชาชนว่า ท่านไม่ต้องอาย 1 เสียงของท่านคือเสียงสวรรค์ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองได้”

สำหรับความน่าสนใจของงานในครั้งนี้ คือการฉีกกรอบการรณรงค์แบบเดิมที่มักเป็นเวทีเสวนาหรือการจัดแสดงเอกสารร้องเรียน มาสู่การใช้งานศิลปะเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอด โดยได้ 2 ศิลปินชื่อดังมาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้ศิลปะทำหน้าที่เป็นภาษาสากลที่ทำให้ผู้คนได้หยุดคิดและเข้าใจถึงปัญหาของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ผ่านการจัดแสดงภาพถ่ายขาวดำ และภาพวาดสีที่สะท้อนจากคำสัมภาษณ์ของผู้เสียหายจริงกว่า 100 ราย

ภายในงานยังได้เน้นย้ำถึง 4 ประเด็นปัญหาหลักที่ผู้บริโภคชาวไทยต้องเผชิญ ได้แก่ ภัยออนไลน์ การหลอกลวงที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง สายสื่อสารรกรุงรัง ปัญหาทัศนียภาพและความปลอดภัยที่ถูกทิ้งร้าง ปัญหาระบบขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัด ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภคกำลังผลักดันให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นำรถ EV มาให้บริการประชาชน ปัญหาสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์ที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการเรียกเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟเกินอัตรา ซึ่งรัฐมนตรีฯ ได้ย้ำชัดเจนว่า ผู้ให้เช่ามีสิทธิเก็บเฉพาะค่าเช่าพื้นที่เท่านั้น ไม่มีสิทธินำไฟฟ้ามาขายต่อเพื่อทำกำไร การชาร์จค่าไฟเพิ่มถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ต่อมา นางสาวศุภมาส ให้สัมภาษณ์ว่า ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล สคบ. ได้ทำงานร่วมกับสภาผู้บริโภคมาโดยตลอด ที่ผ่านมาผู้บริโภคมักจะยอมจำนนกับปัญหา ไม่อยากมีเรื่อง รู้สึกอาย แต่นิทรรศการนี้ถือเป็นการร่วมปลุกผู้ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบเพื่อเป็นหนึ่งเสียงในการเปลี่ยนแปลง อีกทั้ง นิทรรศการครั้งนี้เป็นสิ่งที่แปลกออกไป ตื่นเต้น แปลกใหม่ น่าสนใจกว่าการจัดงานเสวนาเกี่ยวกับเอกสาร แต่เป็นการใช้ศิลปะ เป็นภาษาสากลที่ไม่ใช่คนไทยก็รับรู้ได้ ผู้ที่มาชมผลงานวันนี้จะได้เข้าใจ รู้จักบทบาทของสภาผู้บริโภคในฐานะผู้จัด และต่อไปอาจจะมีผู้ที่กล้าเรียกร้องสิทธิต่อความไม่เป็นธรรมมากขึ้น

นอกจากนี้ สคบ. ในนามรัฐบาล ร่วมกับสภาผู้บริโภค ได้ร่วมกันผลักดันร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. ....  หรือ “ร่างกฎหมาย Lemon Law” ในส่วนความคืบหน้าของกฎหมายดังกล่าว นางสาวศุภมาส ระบุว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร เหลือเพียงรายละเอียดปลีกย่อย จากนั้นจะนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่ 2-3 และส่งให้ที่ประชุมวุฒิสภาต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะเป็นพระราชบัญญัติที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเป็นฉบับแรกๆ เมื่อเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ โดยจะประกาศใช้ไม่เกิน 1 ปีนับจากนี้