“ไอซ์ รักชนก” ลั่น คนไทยไม่ได้กินหญ้า หลัง “นายกฯ อนุทิน” บอกเรื่องการฮั้วน่ารังเกียจ และรัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง ขอแรงกดดัน กกต. ส่งศาล ย้ำไม่สนับสนุนให้ใช้ ม.112 กลั่นแกล้งทางการเมือง 


วันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา หลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกรัฐบาลรับไม่ได้กับการฮั้ว สว. และเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ รัฐบาลไม่เกี่ยวกับคดีฮั้วอย่างแน่นอน หากจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ท่านคิดว่าท่านจะโกหกประชาชนเรื่องนี้ไปได้อีกเท่าไหร่ คิดจริงหรือว่าประชาชนได้เห็นหลายภาคส่วนที่มีการเปิดเผยข้อมูล มีบุคคลหลายบุคคล มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์ใกล้ชิด ทำเป็นกระบวนการ จนคิดว่าอั่งยี่อี้ซ่องโจรอาจจะเป็นข้อหาเล็กไปด้วยซ้ำ ยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง สว. คิดว่าอาจจะหลอกตัวเองได้ แต่หลอกประชาชนไม่ได้ 

นายรังสิมันต์ ระบุต่อไป เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลเองดูไม่สบายใจจากการเปิดโปงเรื่องนี้ โดยเฉพาะมีการขยายผลไปถึงว่ามีการอ้างเบื้องสูง ดังนั้นขออย่าโกหกกัน เพราะมีการแอบอ้างแน่ๆ และมีการใช้กลไกนี้แน่ๆ แต่สิ่งที่ยังไม่เห็นคือกลุ่มรักสถาบัน เหตุใดถึงดูเงียบกับเรื่องเหล่านี้ สิ่งที่ต้องการคือวันนี้เรื่องฮั้ว สว. ไม่ใช่แค่การยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง แต่เป็นการดึงฟ้าเข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว คือการเอาสถาบันเข้ามาเป็นประโยชน์ส่วนตัว เพื่อปกป้องคุ้มครองในการกระทำชั่วของตัวเองที่เกิดขึ้น 

“ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และไม่เข้าใจว่าคุณอนุทิน นิ่งเฉยกับเรื่องนี้ได้อย่างไร ท่านเป็นนายกฯ มีหน้าที่ปกป้องหลักนิติรัฐ นิติธรรม แต่กลับปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และก็ติ๊ดชึ่งกับเรื่องนี้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้”

ทางด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวตอบโต้นายกรัฐมนตรีว่า คนไทยกินข้าว ไม่ได้ทานหญ้า ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. ตนคิดว่าให้ประชาชนดูข้อมูลทั้งหมด แล้วให้เขาตัดสินดีที่สุด และถึงที่สุดแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถูกตั้งคำถามว่า ถูก สว.ชุดนี้แต่งตั้งและรับรองมา มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เราต้องการให้ประชาชนออกมาช่วยกันกดดันให้ กกต. ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา เพราะกฎหมายเขียนว่าเรื่องนี้ประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถส่งไปให้ศาลฎีกาได้ด้วยตนเอง เพราะอำนาจนั้นเป็นของ กกต. แต่เพียงผู้เดียว 

ดังนั้น ขอแรงประชาชนทุกคนว่า เสียงของท่านมีความหมายกับเรื่องนี้ที่จะมาช่วยกันกดดัน กกต. โดยขอให้ประชาชนคิดเองดีกว่าว่ารัฐบาลชุดนี้เกี่ยวข้องกับการโกง สว. หรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาออกหน้ารับแทน เพราะจะเป็นการไม่งามที่มาการันตีหรือมาฟันธงเรื่องอะไรที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลก่อน

ขณะเดียวกัน น.ส.รักชนก ยังกล่าวถึงในส่วนประเด็นเรื่องมาตรา 112 ว่า ขอแจ้งคนที่จะไปร้องตน ตนเป็นเพียงผู้นำสารที่ว่ามีการแอบอ้างข้างบน ซึ่งตนตีความว่าเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ เพราะมีการบอกว่าเรื่องนี้ข้างบนท่านตรัส ไม่อย่างนั้น กกต. ประกาศโมฆะไปแล้ว ตนไม่ได้เป็นคนพูดประโยคเหล่านี้ แต่คนที่พูดคือ นายวิทยา คำพวง นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา จ.หนองคาย 

ดังนั้น คนที่ควรจะถูกฟ้องมากกว่าตนคือ นายวิทยา ยืนยันว่าไม่สนับสนุนให้ใครก็ตามไปดำเนินคดีในข้อหา มาตรา 112 และไม่สนับสนุนให้ใช้มาตรานี้กลั่นแกล้งกันทางการเมือง เพราะเป็นกฎหมายที่มีปัญหามากจริงๆ ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่าพรรคประชาชนไม่สนับสนุนให้ใช้กฎหมายมาตรานี้ในการรังแกบุคคลใดๆ ก็ตามทั้งสิ้น.