“ชลิต รัษฐปานะ” ร้อง “โรม-ไอซ์” ปมถูกตัดชื่อออกจากผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม เชื่อโดนกลั่นแกล้งหลังลุยสอบทุจริตในองค์กร ด้าน “ไอซ์ รักชนก” ถามประกันสังคม รับสมัครแต่แรกทำไมหากขาดคุณสมบัติ
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วย นางสาวรักชนก ศรีนอก ประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ นายรอมฎอน ปันจอร์ กรรมาธิการฯ รับยื่นหนังสือ จากนายชลิต รัษฐปานะ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า กรณีสำนักงานประกันสังคม ตัดชื่อออกจากผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม
นายชลิต กล่าวว่า ตนเองเข้ามารับตำแหน่งบอร์ดประกันสังคมจากการเลือกตั้งปี 2566 และจ่ายเงินสมทบมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี จนกระทั่งถูกเลิกจ้าง อย่างไรก็ตาม ในระบบแอปพลิเคชัน SSO Plus และเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม ระหว่างวันที่ 1–10 กรกฎาคม ยังคงแสดงสถานะว่าตนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 อยู่ ในวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเปิดรับสมัคร ตนจึงมีสิทธิ์สมัครครบถ้วน อีกทั้งการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมคิดเป็นรายเดือน ไม่ใช่รายวัน เมื่อสมทบครบงวดเดือนจึงถือว่าได้รับสิทธิ์เต็ม 100%
นายชลิต กล่าวต่อว่า การถูกตัดสิทธิ์ครั้งนี้เกิดจากความลักลั่นของระบบประกันสังคมเองที่ไม่เปิดให้เปลี่ยนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ในวันดังกล่าว แล้วนำความผิดพลาดของระบบมาลงโทษผู้สมัคร ซึ่งผู้ลงนามตัดสิทธิ์คือเจ้าหน้าที่กองกฎหมายคนเดิมที่มีประเด็นถกเถียงกันมาตลอด ทั้งเรื่องการเสนอปรับสูตรเลือกตั้งและการขอยกเลิก/เลื่อนวันเลือกตั้ง ตนจึงมองว่าตนเองเป็นคู่กรณีโดยตรง และอาจเกี่ยวข้องกับการที่ตนเข้าไปตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันภายในสำนักงานประกันสังคมอย่างเข้มข้นจนมีการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. หลายกรณี
ด้าน นางสาวรักชนก ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีนี้เป็นการใช้ดุลยพินิจของฝ่ายกฎหมายเพื่อกลั่นแกล้งผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้าอย่างชัดเจน หากสำนักงานประกันสังคมมองว่านายชลิตขาดคุณสมบัติ เหตุใดจึงรับสมัครไว้ตั้งแต่วันแรก เพราะการมาประกาศตัดสิทธิ์หลังจากปิดรับสมัครไปแล้ว ทำให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดสิทธิ์ไป 1 คน จากที่ส่งสมัคร 7 คน ส่งผลให้ประชาชนเหลือตัวเลือกเพียง 6 คนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการเสียสิทธิ์ของประชาชน และเชื่อว่าอาจมีความไม่พอใจจากการที่ทีมงานเข้าไปตรวจสอบการทำงานอย่างเข้มข้น รวมถึงกรณีที่ประกันสังคมเพิ่งแพ้คดีในศาลปกครอง
ขณะที่ นายรังสิมันต์ กล่าวปิดท้ายว่า กองทุนประกันสังคมเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติและเกี่ยวกับคนจำนวนมาก กระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้กลับมีความยากและส่อไปในทางไม่ชอบมาพากลหลายด้าน ทางคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบความโปร่งใสและปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกคน ไม่ให้เกิดการทุจริตหรือการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง