“เจเศรษฐ์” มท.3 ติดตามสถานการณ์น้ำเขตเมืองน่าน คาดการณ์น้ำจะลดลง ยังเฝ้าระวังฝนตกหนักที่ อ.ท่าวังผา และ อ.ปัว เช้านี้ขึ้น ฮ. สำรวจมุมสูง ก่อนหารือ รมว.กลาโหม เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 01.20 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่านและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดน่าน และนายนาคร ศิลาชัย หรือ เปิ้ล นาคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณสถานีวัดระดับน้ำ N1 เขตเทศบาลเมืองน่าน
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในเวลานี้ ปริ่มระดับแนวคันกันน้ำ อยู่ที่ระดับ 8.5 เมตร ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 9.10 เมตร สำหรับในส่วนพนังกันน้ำที่ได้รับความเสียหาย ได้สั่งการอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งซ่อมแซม ซึ่งในระยะยาวจะต้องทำให้พนังกั้นน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่าน ไม่ต้องประสบกับสภาพปัญหาซ้ำเดิมทุกปี
ทางด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ระบุ คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำจะลดลง แต่ทางฝั่งอำเภอภูเพียง ซึ่งพื้นที่ต่ำกว่าอำเภอเมืองน่าน พบว่าลักษณะน้ำไหลหลากและไหลผ่านอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะลงไปที่หนองน้ำครกและลำเหมืองสาธารณะ ซึ่งจะเป็นแบบนี้ตลอดทั้งคืน และคาดว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลงในเช้าวันนี้ แล้วเราจะเริ่มเข้าไปสำรวจความเสียหาย พร้อมกันกับการทำอาหาร ซึ่ง อบต. ในพื้นที่ได้ประกอบอาหารมื้อละ 1,000 กล่อง ตลอดทั้ง 3 มื้อ แจกจ่ายไปตามบ้านเรือนพี่น้องประชาชน เพราะตอนนี้ยังคงลำบากที่จะต้องทำครัว ด้านประชาชนกลุ่มเปราะบาง ขณะนี้ได้พาอพยพไปที่ปลอดภัยทั้งหมดแล้ว จุดหลักคือ ศูนย์พักพิงเทศบาลเมืองน่าน พร้อมย้ำ “สายด่วน 054716174” วอร์รูม จ.น่าน พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวน่านตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะนี้สถานีตรวจวัดน้ำที่อำเภอปัว มีแนวโน้มลดลง ขณะที่ลำน้ำยาวที่จะมาเติมน้ำลำน้ำน่าน ก่อนไหลมาอำเภอเมืองน่าน ระดับน้ำลดลงเช่นกัน แต่ตอนนี้เรากำลังเฝ้าระวังในเรื่องฝนที่ยังตกหนักมากที่อำเภอท่าวังผา และอำเภอปัว (ตกซ้ำในพื้นที่เดิม) ซึ่งก็ต้องประเมินปริมาณน้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยหลังจากน้ำผ่านอำเภอเมืองน่าน อีก 6 ชั่วโมงน้ำจะลงไปที่อำเภอเวียงสา ซึ่งปัจจุบันอำเภอเวียงสาก็มีน้ำล้นตลิ่งแล้วประมาณ 1 เมตร เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำจุดสุดท้ายของจังหวัดน่าน ทั้งแม่น้ำน่าน แม่น้ำว้า แม่น้ำสา 3 สายรวมกันที่อำเภอเวียงสา
ด้านอธิบดี ปภ. กล่าวว่า พรุ่งนี้เช้า เราจะเตรียมเรื่องฟื้นฟู ระดมรถน้ำ รถตัก และรถกวาดขยะ เก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือนพี่น้องประชาชน และถนนหนทาง คาดว่าใช้เวลา 2 วันในการเก็บกวาด หลังจากนั้นจะเป็นการทยอยจ่ายเงินเยียวยาในล็อตแรก พร้อมที่จะจ่ายทันทีมีวงเงินที่จังหวัดอยู่แล้ว ซึ่งกรมบัญชีกลางได้มอบอำนาจแล้ว ได้แก่ ค่าเครื่องนอน เครื่องนุ่มห่ม เครื่องครัว สามารถจ่ายในรอบแรกเลย โดยขอให้ประชาชนผู้ประสบภัยไปแจ้งที่กำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือที่องค์การบริหารส่วนตำบลใกล้บ้าน กรอกข้อมูลสั้น ๆ ไม่มีอะไรซ้ำซ้อนมาก แต่ในส่วนล็อต 2 จะต้องมีการสำรวจในเรื่องที่อยู่อาศัยและพืชผลการเกษตร
ขณะที่ เปิ้ล นาคร กล่าวชื่นชมว่า ปีนี้การจัดการที่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดวางระบบดีมาก ตนมีความสบายใจกว่าที่ที่ผ่านมา คาดว่าจะไม่เหนื่อยกว่าที่อื่น แต่ถ้าสถานการณ์น้ำมาตามนัดในเวลาตี 2 ถึงไหนก็ต้องยอม ตอนนี้กำลังรอลุ้นว่าฝนที่จะเติมมาจากปัว จะเติมขนาดไหน ถ้าเติมแบบปราณีตอนนี้น้ำกำลังปริ่ม ตอนนี้เหลืออีกคืบเดียวก็จะล้นตลิ่ง
“หากจิตอาสาและมูลนิธิเข้ามาพื้นที่ ขอให้ระมัดระวังความปลอดภัย พักผ่อนให้เต็มที่ ทุกคนมีจิตอาสาในการมาช่วยคนเดือดร้อน ขอให้กินให้ดี นอนให้หลับ โดยทีมไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเข้าพื้นที่ไหน ขอให้ไปลงชื่อที่ ปภ. จังหวัด เพื่อที่จะจัดระเบียบให้ว่าควรจะไปอยู่ทางใต้ ทางเหนือ หรือว่าส่วนไหน ซึ่งเราจะได้ไม่ลงไปงมเข็ม หรือลงไปมั่วงูงูปลาปลา ช่วยไปช่วยมาแล้วเราก็จะไม่รอดเองด้วย ขอให้รายงานตัวกับ ปภ. เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำต่างๆ เพื่อให้เราสามารถช่วยเหลือคนได้มากขึ้น”
ทั้งนี้ ภายหลังจากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ นายเจเศรษฐ์ พร้อมด้วยอธิบดี ปภ. ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และคณะ ยังคงประเมินสถานการณ์และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องที่วอร์รูมเทศบาลเมืองน่าน พร้อมทั้งมีการประชุมเพื่ออัปเดตสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งชลประทาน ปภ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ อาสาสมัคร อย่างต่อเนื่อง ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่านตลอด 24 ชั่วโมง
ขึ้น ฮ. สำรวจน้ำท่วมมุมสูง ก่อนหารือ รมว.กลาโหม เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
ต่อมาในช่วงเช้า นายเจเศรษฐ์ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมจากมุมสูง เพื่อติดตามระดับน้ำและประเมินพื้นที่ได้รับผลกระทบ ก่อนเดินทางต่อไปยังอำเภอปัว เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและติดตามการช่วยเหลือในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมสำหรับช่วงหลังน้ำลด โดยเฉพาะระบบประปา ซึ่งต้องเร่งตรวจสอบสถานีผลิตน้ำ ระบบสูบน้ำ และระบบจ่ายน้ำ รวมถึงเตรียมกำลังคนและอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อให้สามารถฟื้นระบบและกลับมาจ่ายน้ำสะอาดได้ทันทีหรือเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย เพราะเมื่อน้ำลดและประชาชนเริ่มกลับเข้าสู่บ้านเรือน น้ำประปาคือสิ่งจำเป็นที่ต้องพร้อมใช้งานโดยเร็ว
ล่าสุด นายเจเศรษฐ์ อยู่ระหว่างเดินทางไปยัง วัดเบ็งสกัด อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อพบกับ พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือและประสานการทำงานร่วมกันในการรับมือสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะการสนับสนุนกำลังพล เครื่องมือ และทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม “น้ำยังไม่ลด ภารกิจยังไม่จบ และเมื่อน้ำลด เราต้องพร้อมฟื้นฟูทันที” คือแนวทางสำคัญในการทำงาน เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและเร็วที่สุด.
