“สุรเดช” ยกกรณี “เล่าต๋า” สะท้อนช่องโหว่หลักเกณฑ์ลดโทษ ข้องใจ เหตุใดมีการรับโทษเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบอัตราโทษจำคุกตลอดชีวิต ทำสังคมสงสัยใครได้รับประโยชน์หรือไม่ แนะสอบเส้นทางการเงินผู้มีอำนาจ


วันที่ 19 ส.ค. 2569 นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การปล่อยตัว เล่าต๋า แสนลี่ อดีตราชายาเสพติด หลังได้รับการลดโทษจำคุกตลอดชีวิตจนเหลือเพียงราว 8 ปี 3 เดือน รวมคุมขังจริงประมาณ 9 ปี 10 เดือนว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นอีกครั้งว่า การบริหารโทษและหลักเกณฑ์การลดโทษมีปัญหาและช่องโหว่ทางกฎหมายหรือไม่ เพราะมีหลายครั้งที่นักโทษเด็ดขาดถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต หรือถูกจำคุกหลายสิบปี แต่ติดคุกจริงเพียงไม่กี่ปี และได้รับการปล่อยตัวออกมาในที่สุด นอกจากนี้ มักบังเอิญว่า บุคคลส่วนใหญ่ที่ได้รับการปล่อยตัวมักเป็นผู้มีอิทธิพล มีชื่อเสียง มีฐานะทางสังคม หรือเคยเป็นนักการเมือง มาก่อนทั้งสิ้น ซึ่งสังคมกังขามาตลอดว่า มีการใช้ช่องโหว่เรื่องอายุ เรื่องสุขภาพ และพฤติกรรม เข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้ได้ลดโทษโดยเร็วหรือไม่ รวมถึงกระบวนการกลั่นกรองที่มีปัญหา ไม่รอบคอบ จนหลายๆ ครั้ง หลายคนกลับมากระทำความผิดซ้ำอีกทั้งที่เพิ่งออกมา อย่างเหตุการณ์ฆาตกรรม 5 ศพ ที่ จ.ชลบุรี เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่ง รมว.ยุติธรรมเองก็ออกมายอมรับเองว่ามีความผิดพลาด รวมทั้งให้ตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตอีก   


นายสุรเดช กล่าวว่า กรณีของเล่าต๋า แสนลี่ มีการพิจารณาชั้นนักโทษชั้นเยี่ยมประกอบกับการได้สิทธิ์ลดโทษพิเศษซ้ำหลายรอบในฐานะผู้ต้องขังสูงอายุเกิน 70 ปี ซึ่งไม่ต่างจากการเปิดช่องให้นักโทษคดียาเสพติดร้ายแรงได้รับการลดโทษไวกว่าคดีทั่วไป ทำให้เห็นได้ว่า กรมราชทัณฑ์ขาดกรอบการจำแนกประเภทเกณฑ์อภัยโทษของคดีอุกฉกรรจ์ออกจากเกณฑ์อภัยโทษในคดีปกติ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่น่ากังวลใจ ซึ่งอาจทำให้การปราบปรามยาเสพติดของรัฐที่ผ่านมาต้องสูญเปล่า เพราะผู้มีอิทธิพลหรือขบวนการค้ายารายใหญ่สามารถหลบหลีกการรับโทษจริง หรือได้รับโทษเพียงเล็กน้อยโดยอาศัยช่องโหว่เหล่านี้ อีกทั้งยังไม่มีหลักประกันใดว่า จะไม่มีการกระทำผิดซ้ำ และหากกระทำผิดซ้ำ ใครจะรับผิดชอบกับความผิดพลาดจากการอภัยโทษในครั้งนี้


นายสุรเดช กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่า กรมราชทัณฑ์อาจจะมีปัญหาในเรื่องของหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอภัยโทษของนักโทษในคดีร้ายแรง และอาจจะเป็นไปได้หรือไม่ว่า มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะคดีดังกล่าว ถือว่าเป็นคดีร้ายแรงมีผลต่อความมั่นคงของประเทศ มีการปล่อยตัวง่ายๆ แบบนี้ รวมทั้งในขั้นตอนที่มีการเสนอชื่อขออภัยโทษดังกล่าว มีการระบุว่า เป็นนักโทษชั้นดี ชั้นดีเยี่ยม ต่อเนื่องกันมา ทำให้สังคมสงสัยได้ว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบ ขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์หรือไม่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ควรตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้มีอำนาจและมีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ว่ามีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อให้สังคมคลายความสงสัยในเรื่องดังกล่าวเพราะเครือข่ายยาเสพติดนั้น มีเงินมหาศาล แม้ก่อนหน้านี้อาจจะมีการยึดทรัพย์ แต่คำถามคือ ยึดทรัพย์แค่ไหน 


นายสุรเดช กล่าวตอนท้ายว่า เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก รัฐบาลจำเป็นต้องปฏิรูปเกณฑ์การอภัยโทษและการบริหารโทษทั้งระบบครั้งใหญ่และโดยทันที ตนขอเสนอเรื่องต้องยกเว้นหรือกำหนดเงื่อนไขขั้นต่ำที่เข้มงวดเป็นพิเศษสำหรับคดียาเสพติดร้ายแรง คดีในส่วนของผู้มีอิทธิพล และคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ไม่ให้สามารถได้รับการลดโทษจนเหลือระยะเวลาที่ได้รับโทษจริงที่สั้นเกินไป นอกจากนี้ ควรมีการปรับปรุงระบบจัดชั้นนักโทษให้สอดคล้องกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดในอดีตมากกว่า ไม่ใช่แต่เพียงพิจารณาแค่เพียงพฤติการณ์ของนักโทษว่า ไม่เคยมีประวัติในการกระทำความผิดทางวินัยในเรือนจำเท่านั้น ที่สำคัญควรมีการสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างอัยการ ศาล และกรมราชทัณฑ์ในการพิจารณาลดโทษ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมในสังคม