“พลพีร์” มท.2 ติดตามน้ำท่วมน่าน เร่งกู้ระบบไฟฟ้า-น้ำดื่ม-สื่อสาร สั่งอพยพกลุ่มเปราะบางเส้นทางน้ำผ่านล่วงหน้า ย้ำประชาชนต้องปลอดภัย เร่งตรวจสอบรายละเอียด หลังมีรายงานพบผู้เสียชีวิต 1 ราย
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ในฐานะรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือและการบริหารจัดการเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก) พื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยมี นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมด้วยผู้บริหารกรม ปภ. หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ปภ. ชั้น 4 และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
นายพลพีร์ เผยว่า ขณะนี้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึง นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการเดินทางโดยอากาศยานลงพื้นที่เพื่อเสริมการบริหารจัดการสถานการณ์ร่วมกับทางจังหวัด ตนจึงเดินทางมาเพื่อติดตามสถานการณ์และเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทุกภาคส่วนทั้งที่ ปภ. และจังหวัดภาคเหนือ ให้บริหารจัดการสถานการณ์ทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยสูงสุด
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน ส่งผลกระทบใน 4 อำเภอ 21 ตำบล 72 หมู่บ้าน และมีรายงานการพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียด ปัจจุบันสถานการณ์ในอำเภอปัว เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติจนประชาชนสามารถออกจากศูนย์อพยพได้แล้ว โดยมวลน้ำกำลังไหลบ่าไปสมทบที่อำเภอท่าวังผา อำเภอภูเพียง และคาดว่าจะเข้าสู่อำเภอเมืองน่าน ภายใน 5 ชั่วโมง ทางเทศบาลเมืองน่านได้ประกาศเตือนให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง ซึ่งชาวบ้านมีความพร้อมรับมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ มวลน้ำจากจังหวัดน่านจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์โดยตรง ประกอบกับกลุ่มเมฆฝนเริ่มเบาบางลง จึงช่วยลดความกังวลเรื่องผลกระทบที่จะขยายวงกว้างไปยังจังหวัดอื่น
“ด้านความปลอดภัยของประชาชน กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้หน่วยงานฝ่ายปกครองร่วมกับสาธารณสุขในพื้นที่เร่งลงพื้นที่เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุซึ่งที่พักอยู่ในเส้นทางน้ำ ให้อพยพออกมายังศูนย์พักพิงล่วงหน้าทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำมาถึง เพื่อป้องกันอันตรายและความยากลำบากที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำท่วมสูง”
ส่วนเรื่องผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม ส่งผลให้ประชาชนกว่า 27,000 ราย ไม่มีไฟฟ้าใช้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้เร่งกู้ระบบและเตรียมรถปั่นไฟสำรองลงพื้นที่ โดยเน้นจ่ายไฟให้โรงพยาบาล และศูนย์อพยพก่อนเป็นอันดับแรก ขณะที่เรื่องน้ำดื่ม อาหาร และสิ่งของอุปโภคบริโภคจำเป็น ทางจังหวัดน่านร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน (อบจ.น่าน) และภาคีเครือข่าย ดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย โดยการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวด และรถผลิตน้ำดื่มจาก ปภ. ซึ่งมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ปภ. ยังได้ประสานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง True, AIS และ NT จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้การสื่อสารในศูนย์อพยพ และการติดต่อในพื้นที่ประสบภัยไม่สะดุด พร้อมทั้งเตรียมเครื่องจักรกลเข้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดทันที
“นอกจากการช่วยเหลือในภาคเหนือแล้ว ทาง ปภ. ยังได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม โดยเฉพาะพื้นที่อีสานตอนบนที่ติดกับแม่น้ำโขง ได้มีการเตรียมพร้อมแจ้งเตือนจังหวัดเสี่ยงแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดระดับลง ซึ่งจะช่วยให้การระบายน้ำตามเส้นทางธรรมชาติทำได้รวดเร็วขึ้น หากเกิดสถานการณ์น้ำหลาก”