“อนุทิน” ห่วงน้ำท่วมน่าน ส่ง “ยศชนัน-สุริยะ-เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่ ด้าน “สุริยะ” รับข้อสั่งการลงพื้นที่ กำชับทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชน-เกษตรกรทันที เร่งลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงสถานการณ์น้ำใน อ.ปัว จ.น่าน ระหว่างการปฏิบัติภารกิจการเดินทางเยือนประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี กำลังเข้าไปในพื้นที่จังหวัดน่าน
“รัฐบาลได้สั่งการให้ระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ครับ ขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนที่จังหวัดน่านทุกคน”
ต่อมา นายสุริยะ เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ให้ทุกภาคส่วนเข้าไปดูแลและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่จากสถานการณ์น้ำท่วมน่าน โดยเฉพาะด้านการอพยพและการจัดหาอาหารกล่องปรุงสุกต้องพอเพียง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมที่จะดำเนินการทันทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ขณะที่วันนี้ได้รับรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ซึ่งติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลังกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ จ.น่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากในหลายอำเภอมีปริมาณฝนสะสมอยู่ในเกณฑ์สูง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งตลอดเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.น่าน มีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีปริมาณฝนสะสมในหลายพื้นที่ ได้แก่ 1. บริเวณโรงเรียนพนาสวรรค์ ต.ภูคา 2. ชุมชนบ้านร้องแง ต.วรนคร และลำน้ำกุน ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน เป็นต้น
“ในวันนี้ผมได้ยกเลิกภารกิจภายในกระทรวงเกษตรฯ ทั้งหมด เพื่อเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.น่าน พร้อมกับผู้บริหารกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และได้เตรียมขับเคลื่อนมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนทันทีที่ไปถึง ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือขนย้ายข้าวของ/สัตว์เลี้ยง ลดความเสียหายผลผลิตทางการเกษตร การเตรียมเสบียงสำหรับปศุสัตว์ ยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง จ.น่าน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำน้ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้โครงการชลประทานน่าน สำนักงานชลประทานที่ 2 เตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะบริหารจัดการและระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือไปแล้ว ดังนี้
1. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเวียงสา
2. มีการระดมเครื่องจักรเครื่องมือ รถแบ็กโฮ รถบรรทุกเทท้าย จำนวน 7 คัน ในการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางทางน้ำ และบริเวณคอสะพาน
3. ติดตาม เฝ้าระวังและเตรียมการป้องกันร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด