ผู้นำออสเตรเลีย-ไทย แถลงข่าวหลังหารือทวิภาคีเต็มคณะ ชื่นมื่นการเยือนระดับนายกฯ ในรอบ 14 ปี ประกาศยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 4 ด้าน หนุนไทยเข้าสมาชิก OECD จับมือปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย เมื่อเวลา 10.50 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดการแถลงข่าวร่วมภายหลังเสร็จสิ้นการหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ โดยนายแอนโทนี ได้กล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญที่ออสเตรเลียมีต่อไทยในฐานะพันธมิตรที่ใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญด้วยการออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติฉบับใหม่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติของทั้งสองประเทศ จะทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดและแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องให้ยกระดับความมั่นคงในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก โดยจะจัดการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมร่วมกันในทุกสองปี
ในด้านเศรษฐกิจ ออสเตรเลียและไทยได้ตกลงกระชับความร่วมมือผ่านแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจเชิงลึก เพื่อเดินหน้าใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์โลก ขณะเดียวกัน นายแอนโทนี ยังได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีไทยและประเทศไทยที่ให้ความช่วยเหลือออสเตรเลียในการเข้าถึงเชื้อเพลิงอากาศยานในช่วงที่ห่วงโซ่อุปทานได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมย้ำจุดยืนในการสนับสนุนประเทศไทยอย่างเต็มที่เพื่อก้าวเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ โออีซีดี (OECD)
ทางด้าน นายอนุทิน กล่าวตอบรับว่า ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์นี้จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการพัฒนาของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงที่ไร้พรมแดน ซึ่งไทยมุ่งมั่นที่จะใช้แถลงการณ์ร่วมฉบับใหม่นี้จัดการกับปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันเพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของไทย และองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพของออสเตรเลีย เพื่อนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ร่วมกัน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีไทยยังได้ชื่นชมบทบาทของชุมชนชาวไทยในออสเตรเลีย รวมถึงความนิยมของนักท่องเที่ยวออสเตรเลียที่เดินทางมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่าไทยจะสานต่อความร่วมมือกับออสเตรเลียอย่างแน่นแฟ้นผ่านกลไกอาเซียนและความเป็นหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-ออสเตรเลีย รวมถึงขอบคุณรัฐบาลออสเตรเลียอีกครั้งที่ให้การสนับสนุนไทยในการผลักดันเข้าสู่โออีซีดีอย่างเต็มกำลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนการแถลงข่าว ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมการหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (Cabinet Room) จากนั้นร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ (Joint Statement on Transnational Crime) และแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Leaders’ Statement on deepening economic engagement)