หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จี้สั่งยกเลิกกองทุนอนุรักษ์พลังงาน คืนค่าน้ำมัน 5 สตางค์ต่อลิตรให้ประชาชน หลังพบใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ 


วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยถึงปัญหาการตรวจสอบงบประมาณและการใช้จ่ายของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานว่า เป็นเรื่องที่ตนเคยตรวจสอบและพยายามแก้ไขมาโดยตลอดในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หลังพบปัญหาการใช้เงินไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ และมีหลักเกณฑ์การใช้จ่ายที่ไม่รัดกุม

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า เงินกองทุนดังกล่าวถูกจัดเก็บผ่านราคาน้ำมันที่ประชาชนจ่ายอยู่ที่ 5 สตางค์ต่อลิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทน แต่จากการตรวจสอบกลับพบว่า มีหน่วยงานราชการขอใช้เงินจำนวนมาก ทั้งที่มีงบประมาณประจำปีอยู่แล้ว และล่าสุดยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์เปิดทางให้หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะภายใต้กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงคมนาคม (คค.) มีสิทธิขอใช้เงินมากยิ่งขึ้น ทั้งที่เงินก้อนนี้ควรนำไปสนับสนุนภาคเอกชนที่คิดค้นเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น ระบบโซลาร์เซลล์ หรือเทคโนโลยีผลิตน้ำมันจากไพโรไลซิส

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า การใช้เงินที่ผ่านมามีช่องโหว่ด้านระเบียบจนถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ท้วงติง และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่รับรองงบดุลในอดีต ซึ่งระหว่างที่ตนดำรงตำแหน่ง รมว.พลังงาน ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบ ยกร่างระเบียบใหม่ และชะลอการอนุมัติใช้เงิน จนกระทั่งได้หารือและแก้ไขปัญหาร่วมกับ สตง. ซึ่งล่าสุด สตง. ได้รับรองงบดุลช่วงปี 2566–2568 เรียบร้อยแล้ว จึงไม่เป็นความจริงตามที่มีกระแสข่าวว่า สตง. ไม่รับรองงบในช่วงเวลาดังกล่าว

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ ตั้งข้อสังเกตว่า กองทุนฯ ดังกล่าวกลับไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล ทำให้ไม่สามารถเปิดบัญชีฝากเงินในชื่อกองทุนเองได้ เงินทั้งหมดจึงต้องนำไปฝากไว้ในชื่อ “สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)” ซึ่งปัจจุบันคาดว่ามีเงินคงเหลือเกือบ 20,000 ล้านบาท ไม่น่าจะสูงถึง 60,000 ล้านบาทตามที่มีการกล่าวอ้าง

“กองทุนฯ นี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2535 แต่ประชาชนซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินเข้ากองทุนผ่านราคาน้ำมัน แทบไม่เคยรู้สึกว่าได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ในเมื่อเงินของกองทุนนี้เป็นเงินที่เก็บมาจากประชาชน ก็ควรนำกลับไปให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์โดยตรง ไม่ใช่เอาไปให้หน่วยราชการนำไปใช้ จึงเห็นว่าควรยกเลิกกองทุนดังกล่าว อย่างน้อยราคาน้ำมันที่ประชาชนต้องจ่ายจะได้ถูกลงอีก 5 สตางค์ต่อลิตร” นายพีระพันธุ์ กล่าวสรุป