ผู้นำฝ่ายค้าน โวยรัฐบาลผลักภาระให้ท้องถิ่นถอดถอนข้าราชการโกงสอบ ชี้ไร้ความกล้าหาญ แย้มกั๊กข้อมูลเด็ดไว้น็อควันซักฟอก
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำคณะลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายในพื้นที่ พร้อมรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสถานประกอบการที่ถูกร้องเรียนและการบังคับใช้กฎหมาย
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลส่งเรื่องให้ท้องถิ่นดำเนินการถอดถอนข้าราชการที่ทุจริตการสอบจำนวน 5,925 คน แต่บางท้องถิ่นกังวลเรื่องขอบเขตอำนาจว่า เรื่องนี้กลายเป็นการผลักภาระให้ท้องถิ่น วิธีจัดการสะท้อนชัดว่ารัฐบาลขาดความกล้าหาญทางการเมือง แม้ให้สัมภาษณ์ตอบโต้รายวันว่าเอาจริงเอาจัง แต่เมื่อต้องรับผิดชอบกลับโยนให้คนอื่นทำแทน ทั้งที่นายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจเต็ม
ส่วนกรณีความเห็นจากฝั่งรัฐบาลเรื่องการตรวจสอบการทุจริตเลือก สว. ที่อาจพัวพันกับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามเตะสกัดและหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบ โดยอ้างว่าเรื่อง สว. ไม่เกี่ยวกับการเมืองและไม่ควรนำเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนคำพูดนายกฯ ที่ระบุว่าฝ่ายค้านเดินเกมเรื่องนี้เพราะอยากเป็นรัฐบาลนั้น ตนมองเป็นการเบี่ยงประเด็นเพราะตอบคำถามจากหลักฐานไม่ได้
“ผมไม่ปฏิเสธจุดมุ่งหมายของพรรคประชาชนคืออยากเป็นรัฐบาล เพื่อเข้าไปเปลี่ยนการเมืองไทยให้ดีขึ้น พรรคที่อาสาลงเลือกตั้งก็อยากเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว แต่นายกฯ ไม่ควรใช้วาทกรรมแบบนี้มาเบี่ยงประเด็นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบในสภา” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า หากสุดท้ายคดีฮั้ว สว. ทั้ง 229 คน ถูกยกคำร้อง พรรคประชาชนได้เตรียมช่องทางร้องคัดค้านไว้มากกว่า 1 ช่องทาง และหากเห็นว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็พร้อมใช้กลไกทางกฎหมายดำเนินคดีทันที
เมื่อถามถึงกระแสกดดันให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลาออก นายณัฐพงษ์ ชี้ว่า นายกฯ มีทางเลือกทั้งการยุบสภาหรือลาออก แต่สำคัญที่สุดคือต้องพร้อมรับการตรวจสอบ สำหรับรอยร้าวในขั้วรัฐบาลนั้น เชื่อว่าเกิดจากโครงสร้าง “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่ยึดโยงกันด้วยผลประโยชน์ เมื่อมีผู้เสียประโยชน์ หลักฐานต่างๆ จึงหลุดออกมา เป็นลักษณะของระบอบที่กำลังกัดกินตัวเอง
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ยังมีข้อมูลเด็ดอีกหลายประเด็นที่เก็บไว้ใช้ในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลใช้อำนาจเพื่อคงอำนาจตนเองและทำลายฝั่งตรงข้าม มากกว่าการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน