“ศศิกานต์” กระทุ้ง “หมอฮา-สุภัทร” ขุดสปสช. ให้สุด อย่าหลุดกลางทาง หลัง สปสช. แจงเส้นทางกระจายงบฯ พบค่าบริหารสำนักงานสูงผิดปกติเกือบ 50% แนะรมว.สาธารณสุข ลุยสอบด้วยตัวเอง
วันที่ 17 ส.ค.2569 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กถึงกรณีที่งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หลัง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ ‘หมอฮา’ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ตั้งข้อสังเกตเรื่องส่วนต่างงบฯ บัตรทองปี 2568 กว่า 60,000 ล้านบาท โดยขอให้เดินหน้าติดตามเรื่องนี้ต่อให้ถึงที่สุดเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้สิทธิบัตรทองทั่วประเทศ
นางสาวศศิกานต์ ระบุว่า แม้ล่าสุด สปสช. จะออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 ว่าเงิน 179,528 ล้านบาท ไม่ได้สูญหาย แต่ถูกกระจายไปให้ รพ.เอกชน-คลินิก เกือบ 18,000 ล้านบาท ขณะที่บริการหมอออนไลน์กว่า 7,400 ล้านบาท และค่ายากว่า 10,000 ล้านบาท ทว่าข้อกังขาเรื่องประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณภายในของ สปสช. ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องการความชัดเจน
นางสาวศศิกานต์ ยังได้ชี้ให้เห็นถึง 3 ประเด็นหลักที่ “หมอฮา” ต้องเกาะติดให้ถึงที่สุด ได้แก่ โครงสร้างการทำงาน สปสช. ที่ทำหน้าที่เสมือน “บริษัทประกันสุขภาพของรัฐ” ที่ได้รับเงินเหมาหัวล่วงหน้าจากภาษีประชาชนไปดูแลคน 47 ล้านคน และเป็นองค์กรอิสระที่ไม่อยู่ใต้การสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข แต่ฝั่งโรงพยาบาลที่เป็นผู้รักษาจริงกลับต้องแบกรับภาวะขาดทุน คำถามคือ เงินที่ได้ไปจากรัฐ มีการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
ประเด็นต่อมาคือ งบบริหารสำนักงานที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ โดยในปี 2568 อยู่ที่ 1,564 ล้านบาท แต่ปี 2569 สปสช. กลับขอเพิ่มเป็น 2,306 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 741 ล้านบาท หรือเกือบ 50% ภายในปีเดียว จึงต้องมีการตรวจสอบความคุ้มค่า สัดส่วนบุคลากร และอัตราเงินเดือน
นางสาวศศิกานต์ยังได้เสนอให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ร่วมเข้ามาตรวจสอบการใช้งบประมาณของ สปสช. โดยเฉพาะงบโครงการฝึกอบรมสัมมนาบุคลากรที่พบว่าสูงผิดปกติ
“ประเด็นความโปร่งใสของ สปสช. นี้ ขอให้ นพ.สุภัทร อย่าหลุดกลางทาง ต้องขุดต่อให้จบ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. ควรเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพราะคนที่รอเงินก้อนนี้อยู่ปลายทางคือคนแก่กับเด็กที่นอนรอหมออยู่ในโรงพยาบาล“ นางสาวศศิกานต์ กล่าว
.