สส.พรรคประชาชน จวกเศรษฐกิจไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9 เป็นตัวเลข "โตทิพย์" หวังอุ้มภาพรวมลงทุนสวนทางภาคการผลิตไทยดิ่งเหว


วันที่ 17 ส.ค. 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทย ไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ลดลงร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยชี้ให้เห็นว่า ตัวเลขดังกล่าวซ่อนภาวะความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน เนื่องจากมีโครงการ Data Center เข้ามาเป็น "เดอะแบก" เศรษฐกิจไทย ขณะที่ภาคการผลิตและ SME ไทยกำลังเผชิญวิกฤตหนักกว่าเดิม

นายวีระยุทธ ระบุว่า สาเหตุที่รัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยอม "ปล่อยผี" อนุมัติโครงการ Data Center ในช่วงที่ผ่านมา โดยไม่มีการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และไม่มีเงื่อนไขการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) ก็เพื่อพยุงไม่ให้ตัวเลขจีดีพีไตรมาสนี้ติดลบ แม้จะส่งผลให้ตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงถึงร้อยละ 13.4 แต่แทบทั้งหมดเป็นการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์มาติดตั้ง ส่งผลให้เกิดภาวะนำเข้าล้นทะลัก

การนำเข้าอุปกรณ์เบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำของ Data Center ส่งผลให้ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ประเทศไทยขาดดุลการค้าทะลุ 1.1 ล้านล้านบาท สร้างสถิติใหม่ทุกเดือน โดยเฉพาะการขาดดุลการค้ากับประเทศจีนเพียงประเทศเดียวพุ่งสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท

นายวีระยุทธชี้อีกว่า ภาคอุตสาหกรรมและแรงงานไทยกลับถูกทิ้งให้อยู่ในภาวะโคม่า การก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี อัตราการใช้กำลังการผลิตร่วงเหลือเพียงร้อยละ 57.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 24 ไตรมาส ขณะที่อุตสาหกรรมหลักอย่างยานยนต์หดตัวถึงร้อยละ 7.2 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงเหลือระดับ 44.0 ซ้ำร้ายยังมีผู้ประกันตนว่างงานในระบบมาตรา 33 เพิ่มขึ้นเกือบ 50,000 คนภายในไตรมาสเดียว สะท้อนว่าภาพภาคอุตสาหกรรมและแรงงานไทยกำลังดิ่งลงเหว สวนทางกับโครงการ Data Center ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด

นายวีระยุทธ ยังได้ตั้งคำถามถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ตีความรายงานสภาพัฒน์ฯ ในแง่บวก พร้อมประกาศว่าเศรษฐกิจไทยขยับเข้าสู่ New Economy แล้ว โดยตั้งข้อสังเกตว่า การยกเว้นภาษีและเปิดเสรีให้ Data Center โดยไม่มีเงื่อนไข Local Content ถือเป็น New Economy ที่แท้จริงหรือไม่ เพราะผู้ได้รับประโยชน์มีเพียงเจ้าของที่ดินและผู้รับเหมาก่อสร้าง ขณะที่ผู้ผลิต แรงงาน และ SME ไทยไม่ได้อานิสงส์ใดๆ

“เมื่อรัฐบาลปล่อยให้ Data Center นำเข้าทุกอย่างมาแล้ว จะเข้าไปกำกับเรื่อง Local Content ให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจไทยย้อนหลังได้อย่างไร นอกจากมาตรการกระตุ้นบริโภคอย่าง 60/40 แล้ว รัฐบาลมองเห็นความเดือดร้อนของอุตสาหกรรมไทยและแรงงานไทยหรือไม่ และจะลงมือช่วยเหลืออุตสาหกรรมไทยจริงจังเมื่อใด ตกลงนี่คือยุค New Economy หรือการผูกอนาคตเศรษฐกิจไทยไว้กับ Data Center ที่มีเพียงเจ้าของที่ดินกับผู้รับเหมาก่อสร้างไทยได้ประโยชน์?” นายวีระยุทธ กล่าวทิ้งท้าย