“พิพัฒน์” เผย เตรียมให้สภาพัฒน์ศึกษาท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อ.จะนะ เป็นกึ่งนิคมอุตสาหกรรม ภาคเอกชนลงทุน ชี้ เขตท่าเรือสงขลาไม่สามารถขยายรองรับเรือขนาดใหญ่ เหตุติดโบราณสถาน ขุดลึกเพิ่มไม่ได้


วันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน ว่า ตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ได้ประชุมร่วมกับ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อนำเสนอโครงการต่างๆ ที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา, สตูล, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส) อยากได้ รวบรวมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเสนอ ผ่านกระทรวงมหาดไทย ไปสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 31 สิงหาคม อีกครั้งหนึ่ง 

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งปีที่แล้วจังหวัดสงขลา เจออุทกภัยหนัก และ 4 จังหวัดที่เหลือได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย  ส่วนโครงการอื่นจะเป็นเรื่องผังจังหวัดว่าจะมีการปรับสีใหม่หรือไม่ จะมีการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างไร เพราะรายได้ต่อคนต่อปีค่อนข้างต่ำ จึงต้องหารือกับผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด ส่วนสงขลาจะมีโครงการพัฒนาที่ อ.จะนะ ที่จะเป็นกึ่งนิคมอุตสาหกรรม ลงทุนโดยภาคเอกชน

เมื่อถามว่าจะเป็นการรื้อฟื้นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่ถูกยกเลิกในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ ตอบว่า ไม่ได้ล้มโครงการ แต่เป็นการนำมาให้สภาพัฒน์ได้ศึกษาใหม่ โดยนำมาต่อยอดใหม่ ที่สภาพัฒน์ลงไปสำรวจเรื่อง SCA ซึ่งเหลือประเด็นนี้ที่ยังเห็นไม่ตรงกัน คือการสร้างท่าเรือน้ำลึก ซึ่งเรามีท่าเรือน้ำลึกสงขลาอยู่แล้ว แต่วันนี้เกิดปัญหาความแออัดที่ผู้ประกอบการส่งออกในพื้นที่กังวลท่าเรือไม่พอกับการรองรับกับเรือขนส่งสินค้า 

ทั้งนี้ ท่าเรือสงขลาไม่สามารถขยายได้ เพราะความลึกที่จะลอกเกินกว่า 9 เมตร ซึ่งติดกับรากหิน ตรงนั้นเขาเรียกเขาหัวแดง เป็นที่ตั้งของโบราณสถาน จึงไม่สามารถที่จะลากหินลงไปในแนวทะเลให้ลึกกว่า 9 เมตรได้ ดังนั้น จะมีปัญหาว่าเรือขนาดใหญ่กว่าปัจจุบันไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ ตรงนี้จะศึกษาเพิ่มเติม จากที่นายสรรเพชญ ไปหาข้อมูลร่วมกับกรมเจ้าท่า จะนำให้สภาพัฒน์ศึกษาใหม่  

ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ นายพิพัฒน์ เผยว่า ยังไม่เห็นสรุปตัวเลข แต่ที่นำเสนอมาเป็นเรื่องของตัวเลขการลงทุนของภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ดังนั้นในส่วนของภาครัฐก็คือการอนุมัติโครงการเท่านั้นเอง แต่หลักใหญ่คือเรื่องของผังเมือง.